พฤหัสบดี ธ.ค. 14

โบราณสถาน – โบราณวัตถุ

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

โบราณสถาน โบราณวัตถุ

เอกลักษณ์ชี้บ่งความเป็นไทย

 

ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 700 ปี จึงมีความมั่งคั่งด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ทั้งที่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของบรรพบุรุษไทย เช่น พระพุทธรูป ตึกรามบ้านช่อง อาคารที่ทำการต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ หรือ สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ถ้ำ ที่คนโบราณเคยอยู่อาศัย

 

ดั่งเช่นประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ต เริ่มมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยมีหลักฐานบันทึกเป็นเอกสารเรื่องราวไว้ ซึ่งจะเห็นได้จากการติดต่อซื้อขายกับชาวต่างชาติในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น โปรตุกีส ฮอลลันดันหรืออังกฤษ แต่หลักฐานที่ค้นพบทางโบราณสถานส่วนใหญ่จะสอดคล้องกันมาตั้งแต่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

นายวิเศษ ไชยประดับ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 15 จ.ภูเก็ต ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลแหล่งโบราณคดีและโบราณวัตถุในพื้นที่ภาคใต้ 5 จังหวัดประกอบด้วย ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และภูเก็ต ได้กล่าวว่า ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ความหมายของโบราณสถานและโบราณวัตถุมีความแตกต่างกัน ซึ่ง โบราณสถาน มีความหมายว่า อสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะต้องมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เป็นประโยชน์ทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ทั้งนี้ให้รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ด้วย ในส่วน โบราณวัตถุ หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ ซึ่งจะต้องมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปเช่นเดียวกันและมีความสำคัญต่อทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ซึ่งในพื้นที่รับผิดชอบจะพบมากที่สุดที่จังหวัดตรัง โดยพบโบราณสถานและโบราณวัตถุรวมกว่า 300 แห่ง และได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 100 แห่ง

สำหรับจังหวัดภูเก็ตมีโบราณสถานและโบราณวัตถุรวมกัน 21 แห่ง โดยได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 11 แห่ง เช่น อาคารพุทธศาสนาวัดพุทธมงคลนิมิต ซากโบราณบ้านพระยาวิชิตสงคราม อาคารส่วนราชการ อาคารไปรษณีย์ เป็นต้น

 

ในส่วนที่หลายคนสงสัยว่า อาคารตึกชิโนโปรตุกีสซึ่งอยู่ในย่านเมืองเก่า ทำไมในปัจจุบันยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน เนื่องจากอาคารดังกล่าวซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน หากมีการขึ้นทะเบียนเจ้าของอาคารส่วนใหญ่คิดว่าอาคารดังกล่าวจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ โดยในความจริงแล้วหากได้รับการขึ้นทะเบียนอาคารเหล่านั้นอาคารก็ยังเป็นเจ้าของเดิม เพียงแต่รัฐจะเข้าไปดูแลในเรื่องของการซ่อมแซม ปรับปรุงหรือพัฒนาในตัวอาคารเพียงเท่านั้น ผอ.วิเศษกล่าว

 

ผอ.วิเศษ ได้กล่าวถึง ประโยชน์ของการอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุ ให้ฟังว่า การอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุนั้น มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากแสดงถึงประวัติความเป็นมาของชาติ อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษ ในการสร้างสรรค์ประเทศชาติ ทำให้เกิดความรักชาติ ภูมิใจในความเป็นไทย ก่อให้เกิดความรักสามัคคีในชาติ และแสดงถึงเอกลักษณ์ของชาติ และอาจก่อให้เกิดรายได้ต่อชุมชน หากมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะปัจจุบันภูเก็ต โดยเฉพาะในเขตเมือง เรามีอาคารที่เป็นตึกโบราณจำนวนมาก โดยเฉพาะถนนย่านเมืองเก่าทั้ง ถนนพังงา กระบี่ ภูเก็ต และถนนถลาง ซึ่งทางเทศบาลได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะมีการอนุรักษ์ตึกเก่าเหล่านั้นเอาไว้ให้คงอยู่ตามแบบดังเดิม และในอนาคตคาดว่าจะมีจัดโครงการถนนคนเดินเพื่อเป็นการส่งเสริมรายได้ของคนในท้องถิ่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนในเมือง

 

ชุมชนท้องถิ่น ประชาชนเห็นคุณค่า ความสำคัญต่อโบราณสถานทั้งที่ขึ้นทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียน อาคาร ตึก เครื่องมือเครื่องไม้ ของใช้สมัยก่อน ไม่ได้เป็นสิ่งที่สะท้อนแค่เพียงความเก่าของสิ่งเหล่านั้น แต่เป็นการแสดงถึง ภูมิปัญญา เอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งนับวันเริ่มที่จะเลือนหายไป หากเรานำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยความร่วมมือของคนในท้องถิ่น ก็น่าจะเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศของเราได้และยังเป็นส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ที่เป็นไทยแท้ๆ ผอ.วิเศษกล่าวทิ้งท้าย

 

โบราณสถานและโบราณวัตถุ จึงไม่ใช่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเกิดขึ้นได้เอง แต่เป็นทรัพยากรวัฒนธรรมประเภทหนึ่ง ที่มนุษย์ใช้สติปัญญาและความรู้ความสามารถสร้างขึ้น หรือดัดแปลงจากทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ต่อตน และสังคมในสมัยนั้นๆ สถานที่และสิ่งของเหล่านั้น เมื่อตกทอดเป็นมรดกมาถึงปัจจุบัน ก็จะกลายมาเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุ เช่นเดียวกับอาคารและวัตถุที่เราสร้างขึ้นสมัยนี้ ก็จะเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุของคนในอนาคตสืบต่อไป ซึ่งจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกความเป็นมาของบรรพบุรุษในสังคมระดับต่างๆ ตั้งแต่กลุ่มชนขนาดเล็ก จนถึงหมู่บ้าน เมือง และประเทศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยนี้ และประวัติศาสตร์หรือความเป็นมา ได้แสดงถึงพัฒนาการของผู้สร้างสมัยก่อน ส่วนการอนุรักษ์สิ่งเหล่านั้นไว้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่เป็นหน้าที่ของคนรุ่นเราและรุ่นต่อ ๆ ไป การ "อนุรักษ์" และการ "พัฒนา" จึงเป็นหลักการที่ต่อเนื่องกัน ไม่ใช่ "ปฏิปักษ์" กันอย่างที่บางคนเข้าใจ