เสาร์ พ.ย. 25

อบจ.ภูเก็ตจับมือ สสส.สร้างสุขภาพแบบบูรณาการ

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต เป็นประธานการประชุมแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพแบบบูรณาการเพื่อจังหวัดภูเก็ตน่าอยู่ ร่วมกับทางคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) นำโดยนายสุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สสส.นายกิติศักดิ์ สินธุวนิช ประธานอนุกรรมการสนับสนุนการบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพตามแผนหลัก สสส. และคณะ โดยมีนายแพทย์ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนประชาคม อบจ.ภูเก็ต นายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายไพบูลย์ กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่ทาง สสส.ให้การสนับสนุนจัดทำโครงการขับเคลื่อนไปสู่จังหวัดน่าอยู่ที่สุด โดยมอบหมายให้ อบจ.เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วม ในการกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ในการทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งจะดำเนินการในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อหาข้อสรุปและจะได้มีการดำเนินขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระยะเวลา 3 ปี

 

ขณะที่นายกิติศักดิ์ สินธุวนิช ประธานอนุกรรมการสนับสนุนการบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพตามแผนหลัก สสส. กล่าวว่า การสนับสนุนจังหวัดที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับ อบจ.นั้น ทาง สสส. ได้เชิญ อบจ.ทุกแห่งประชุมรับทราบแนวทางเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และ อบจ.ภูเก็ต เป็น 1 ในจำนวนหลาย อบจ. ที่ตอบรับเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งสาเหตุที่ทาง สสส.เลือก อบจ.ในการจัดทำโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นองค์กรหลักหนึ่งที่มีภารกิจโดยตรงในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างรอบด้าน “หลักสำคัญของโครงการ คือ อบจ.จะต้องประกาศตนเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาไปสู่จังหวัดน่าอยู่ที่สุด โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ซึ่งพัฒนาจากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ และประชาชน เพื่อใช้เป็นเป้าหมายระยะ 2-3 ปีของขบวนการพัฒนา ที่มีระบบการทำงานร่วมกันเป็นภาคีเครือข่ายในพื้นที่ อาศัยบุคลากรและงบประมาณของหน่วยงานหรือการระดมทุนในจังหวัดเองเป็นหลักและต้องเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัดหรือแผนของท้องถิ่น ทั้งนี้ สสส.จะสนับสนุนงบประมาณในส่วนการพัฒนาระบบการทำงานร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมการจัดกระบวนการวิชาการ ฐานข้อมูลจังหวัด การประสานงานและกิจกรรมรณรงค์ ซึ่งวงเงินสนับสนุนจะขึ้นอยู่กับแผนงานและกิจกรรมที่จะขับเคลื่อน โดยจัดทำเป็นโครงการระยะเวลา 1 – 3 ปี”