อังคาร พ.ย. 21

กำพร้าเทียม

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล
 

เราเคยได้ยินแต่ เด็กกำพร้า ที่หมายถึง ไม่มีพ่อแม่ หรือไม่มีพ่อหรือแม่ เท่านั้น ซึ่งฟังดูแล้วก็รู้สึกน่าสงสาร และเป็นหน้าที่ของสถานสงเคราะห์ที่จะต้องให้การดูแลเด็กเหล่านั้น หากไม่มีผู้อุปการะเลี้ยงดูจริงๆ แต่...ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันนี้ เด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในครอบครัวที่สมบูรณ์ทั้งพ่อแม่ เปรียบเสมือนเด็กกำพร้า หรือเราอาจจะเรียกเขาว่า กำพร้าเทียม ก็ได้ เพราะอะไรนะหรือ...! คงต้องให้ความหมายกันหน่อย ว่าหมายถึง......อะไร

 

 

แม้ว่าจะมีพ่อแม่อยู่ร่วมครอบครัวเดียวกัน แต่...ปัจจุบันสถานการณ์ของสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก จนทำให้บุคคลที่ได้ชื่อว่า พ่อ แม่ ต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงครอบครัว จนทำให้การเลี้ยงดูลูกต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย อันเนื่องมาจากเหตุผลเดียวคือ ไม่มีเวลา จนทำให้รูปแบบการเลี้ยงดูต้องเปลี่ยนแปลงไป เช่น ต่างคนต่างหาอาหารเช้า เย็นกินกันไปก่อนพ่อแม่ไม่มีเวลาทำอาหารหรือกินข้าวด้วย จ้างเหมารถรับ ส่งลูกทั้งเช้าเย็นสำหรับการไปโรงเรียน เลิกเรียนแล้วก็ปล่อยให้ลูกเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ หรือให้รออยู่ร้านเกมส์หน้าโรงเรียนจนกว่าพ่อหรือแม่จะไปรับ หรือแม้กระทั่งการวางเงินไว้หลังตู้เย็น แล้วเขียนโน๊ตติดไว้เพื่อการสื่อสารซึ่งกันและกัน โดยไม่เคยเห็นหน้ากัน เป็นต้น ทั้งหมดนี้กว่าจะได้พบลูกหรือรู้เรื่องราวของลูกอีกที ก็ตอนที่ครูเรียกผู้ปกครองไปพบที่โรงเรียน หรือไม่ก็ตอนที่ลูกบอกว่า ไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว หรืออะไรๆ อีกมากมายที่คุณเริ่มรู้สึกได้ว่าเป็นปัญหาของครอบครัวแล้ว

 

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ดูเหมือนเด็กไม่เคยได้เจอพ่อ แม่ หรือทำกิจกรรมของครอบครัวร่วมกันเลย ไม่เคยแม้แต่จะนั่งทานข้าวร่วมกัน แล้วพูดคุยถึงสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน เด็กอยู่โดดเดี่ยว ต้องแก้ไขปัญหาเองโดยลำพัง คิดและตัดสินใจเองโดยไม่มีพ่อแม่คอยให้การปรึกษา ซึ่งการแก้ไขปัญหาหรือการเลือกทางเดินชีวิตของเด็กนั้น เด็กไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าถูกหรือผิด เหมาะสมหรือไม่ รู้แต่เพียงว่า เอาวันนี้ให้รอดไปก่อน แต่สุดท้ายก็สายเสียเกินไปเสียแล้ว

 

 

ทั้งหมดนี้คือ อาการของเด็กกำพร้าเทียม เพราะมีพ่อแม่ก็เหมือนไม่มี อันเนื่องมาจากเหตุผลเดียวคือ ไม่มีเวลา ปัจจุบัน เราจะเจอเด็กเกเร ไม่สนใจไปโรงเรียน มั่วสุมอยู่กับเพื่อน ไม่เคยเกรงกลัวและไม่เคารพใคร แม้กระทั่งพ่อแม่ของตนเอง ที่เลวร้ายไปกว่านั้น เด็กขาดความนับถือตนเอง รู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า ฉะนั้นจึงเป็นช่องทางง่ายๆ สำหรับผู้ไม่ประสงค์ดีที่จะดึงเด็กออกจากครอบครัวไปเป็นเครื่องมือทำมาหากิน เช่น กระบวนการค้ามนุษย์ทั้งหลายที่เราเห็นในสื่อทั่วไป ซึ่งพ่อแม่คิดไม่ถึงว่าลูกของตนเองเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร และสุดท้ายก็โทษสังคมว่า ไม่ดี จึงทำให้ลูกมีพฤติกรรมเลวร้ายเช่นนั้น

 

นี่แหละ เด็กกำพร้า(เทียม) ที่ต้องพบกับความสูญเสียของทุกฝ่าย บทความนี้จึงน่าจะเป็นข้อคิดที่ดีให้กับพ่อแม่ทุกคนที่อ้างว่า ไม่มีเวลา ได้รู้จักจัดสรรเวลาสำหรับคนสำคัญที่สุดของครอบครัวเราบ้าง