ศุกร์ พ.ย. 24

นำข้อสอบไปขาย (1)

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

นำข้อสอบไปขาย  (1)

 

ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมการสอบได้แอบลักเอาข้อสอบไปขาย เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับของทางราชการ รับสินบนผู้ที่ซื้อกระดาษข้อสอบนั้นไว้เป็นผิดฐานให้สินบน

 

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุขณะที่นาย ม. หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลการจราจรและรักษาความปลอดภัยอยู่ภายในมหาวิทยาลัยนั้น ได้เห็นนาย ส. ซึ่งมีอาชีพเป็นนักกวดวิชา (ติวเตอร์) อยู่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้ามาเดินอยู่ในบริเวณโรงอาหารของมหาวิทยาลัยอย่างผิดสังเกต สันนิษฐานว่าอาจจะเข้ามาทำการทุจริตในการสอบของนักศึกษาหรือเข้ามาเอาข้อสอบที่ทางมหาวิทยาลัยหวงห้ามนำออกจากห้องสอบไปจากมหาวิทยาลัย จึงเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษสักครู่นาย ส. เดินออกมาจากโรงอาหาร นาย ม. จึงเข้าทำการตรวจค้น ผลปรากฏว่าพบข้อสอบแบบปรนัย 100 ข้อ ของกระบวนการวิชา พี.วาย.101 วัฒนธรรมและศาสนา จำนวน 1 ชุด จากกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างซ้ายของนาย ส. จึงนำตัวนาย ส.พร้อมข้อสอบของกลางส่ง นาย อ. เพื่อทำการสอบถามและจากการสอบถามในเบื้องต้น นาย ส. ได้ให้การยอมรับว่าติดต่อขอซื้อข้อสอบของกลางดังกล่าวมาจากนาง ท. ผู้ต้องหา จนได้มีการแจ้งความจับกุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

 

คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหามีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือไม่

 

อัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีมีนาย ม. หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของ มหาวิทยาลัย เป็นผู้ตรวจค้นพบข้อสอบของกลางได้จากกระเป๋ากางเกงของนาย ส. ซึ่งมีอาชีพรับจ้างกวดวิชา (ติวเตอร์) อยู่หน้ามหาวิทยาลัย ขณะกำลังเดินออกมาจากบริเวณโรงอาหารของมหาวิทยาลัย จึงนำตัวนาย ส.พร้อมข้อสอบของกลางไปให้นาย อ. และนาย จ. เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ อำนวยการสอบไล่ ซักถามแล้วนาย ส. ยอมรับว่าได้ติดต่อซื้อข้อสอบของกลางมาจากนาง ท. ผู้ต้องหา ในราคา 500 บาท เมื่อตามตัวผู้ต้องหามาซักถามด้วยอีกคน ผู้ต้องหาก็ยอมรับสารภาพว่า ได้แอบลักลอบนำข้อสอบของกลางออกจากห้องสอบ ห้อง 201 ที่ผู้ต้องหาทำหน้าที่ควบคุมการสอบอยู่ แล้วนำไปส่งมอบให้แก่นาย ส. ณ บริเวณโรงอาหาร ตามที่นัดแนะกันไว้จริง นาย อ. จึงได้บันทึกถ้อยคำสารภาพของผู้ต้องหาลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งคำรับสารภาพของผู้ต้องหาดังกล่าว น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาได้ให้การไปตามความเป็นจริง เพราะเป็นการให้การในระยะเวลาเริ่มแรกกระชั้นชิดกับเวลาเกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหายังไม่ทันมีโอกาสไตร่ตรองเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธต่อพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมาก็ตาม คำให้การปฏิเสธของผู้ต้องหาก็ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานดังกล่าวไว้ ประกอบกับบันทึกคำให้การของนาย ส. ที่ได้ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยานก็ให้การยืนยันว่าได้ติดต่อซื้อข้อสอบของกลางมาจากผู้ต้องหาในราคา 500 บาทจริง เพียงแต่ให้การแตกต่างในรายละเอียดจากที่เคยให้การไว้ในเบื้องต้นว่า ได้ติดต่อซื้อผ่านคนกลาง คือ นาย ช. และเงินค่าซื้อข้อสอบชองกลางยังไม่ทันได้จ่ายให้แก่ผู้ต้องหาเท่านั้น พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้ลักลอบนำข้อสอบของกลางออกจากห้องสอบที่ตนทำหน้าที่ควบคุมการสอบอยู่แล้วนำไปส่งมอบให้แก่ นาย ส. ตามที่นัดแนะกันไว้จริง โดยผู้ต้องหาหวังผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงิน 500 บาท จากนาย ส ประกอบกับผู้ต้องหาเป็นข้าราชการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุด  ฝ่ายห้องสมุดวิทยาเขต สำนักหอสมุดกลาง ขณะเกิดเหตุได้รับแต่งตั้งจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยให้เป็นกรรมการควบคุมการสอบไล่ภาคฤดูร้อนปีการศึกษา 2539 ประจำห้อง 201

 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ ให้ติดตามได้ในฉบับหน้าครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่ครับ...