ศุกร์ พ.ย. 24

นำข้อสอบไปขาย (จบ)

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

นำข้อสอบไปขาย (จบ)

 

            จากฉบับที่ผ่านมา ได้มีอาจารย์ประจำห้องควบคุมสอบ ได้นำข้อสอบมาให้บุคคลภายนอก โดยที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควบคุมตัว จากนั้นก็ได้นำตัวมาสอบสวน และจากการสอบสวนพบว่าในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการควบคุมการสอบไล่ของผู้ต้องหาดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย และโดยที่คำสั่งมหาวิทยาลัยที่ 684/2537 เรื่องข้อปฏิบัติในการสอบไล่ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2537 ในข้อ 2.2 ได้กำหนดหน้าที่ของกรรมการควบคุมการสอบว่า ควบคุมดูแลการสอบให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย...ฯลฯ... และตามข้อ 2.7 ได้กำหนดข้อห้ามไว้ว่า ข้อสอบที่มหาวิทยาลัยห้ามมิให้นักศึกษานำออกนอกห้องสอบ กรรมการควบคุมการสอบจะนำออกนอกห้องสอบมิได้ ซึ่งข้อสอบที่ห้ามมิให้นักศึกษานำออกนอกห้องสอบได้กำหนด ข้อ 1.12 ดังนี้ อนุญาตให้นักศึกษานำข้อสอบอัตนัยออกจากห้องสอบได้ ห้ามนำข้อสอบปรนัยหรือปรนัยผสมอัตนัยออกจากห้องสอบ ดังนั้น การที่ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ควบคุมดูแลการสอบให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โดยจะต้องคอยควบคุมดูแลไม่ให้นักศึกษานำข้อสอบปรนัยซึ่งเป็นข้อสอบแบบของกลางออกจากห้องสอบและผู้ต้องหาเองก็มีหน้าที่ที่จะต้องไม่นำข้อสอบออกจากห้องสอบตามคำสั่งมหาวิทยาลัย ด้วยที่ผู้ต้องหาแอบลักลอบนำข้อสอบของกลางออกจากห้องสอบเพื่อนำไปขาย ให้แก่นาย ส. ดังกล่าว จึงเป็นการกระทำในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แล้ว โดยมิพักต้องพิจารณาถึงว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ต้องหาแอบลักลอบนำข้อสอบของกลางไปขายให้แก่นาย ส. ดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอยู่ในตัว และเนื่องจากข้อสอบของกลางทางมหาวิทยาลัย ผู้เสียหายได้พิมพ์ข้อความระบุไว้ชัดในหน้าแรกของข้อสอบว่า ห้ามนำข้อสอบออกนอกห้องสอบ เอกสารนี้มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย อันแสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายหวงแหนในลิขสิทธิ์อยู่ ยังไม่ประสงค์จะให้บุคคลใดนำข้อสอบของกลางไปพิมพ์จำหน่ายเผยแพร่แก่นักศึกษาหรือประชาชนทั่วไปและถือว่าข้อสอบดังกล่าวยังเป็นความลับในราชการของมหาวิทยาลัยผู้เสียหายอยู่ ดังนั้น การกระทำของผู้ต้องหาจึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และยังเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับในราชการกระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164 นอกจากนี้ การที่ผู้ต้องหาซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการควบคุมการสอบ แต่ไม่ควบคุมดูแลการสอบให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยกลับลักลอบนำข้อสอบของกลางไปขายให้แก่นาย ส. เช่นนั้นถือได้ว่าผู้ต้องหาในฐานะเป็นเจ้าพนักงานได้เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินเป็นเงิน 500 บาท สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการลักลอบนำข้อสอบของกลางออกนอกห้องสอบไปให้แก่นาย ส. ดังกล่าว อันเป็นการกระทำการในตำแหน่งอันมิชอบด้วยหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา249 ซึ่งเป็นบทเฉพาะมีโทษหนักกว่าบททั่วไปตามมาตรา 157 และหนักกว่า มาตรา164 อีกด้วย

 

จึงชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2502 มาตรา 13 และสั่งฟ้อง ผู้ต้องหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่ และเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับในราชการ กระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,164 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2502 มาตรา 5

 

อนึ่ง สำหรับการกระทำของนาย ส. นั้น ปรากฏจากคำให้การของนาย ส. ที่ได้ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวนโดยยอมรับว่าตนทราบดีว่าข้อสอบของกลางทางมหาวิทยาลัย ผู้เสียหาย ไม่อนุญาตให้นักศึกษานำออกจากห้องสอบ จึงได้ทำการติดต่อกับผู้ต้องหาเพื่อให้ผู้ต้องหาลักลอบนำข้อสอบของกลางดังกล่าวออกจากห้องสอบมาขายให้แก่ตนในราคา 500 บาท จึงเป็นการให้ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ในส่วนนี้ได้แจ้งให้พนักงานอัยการแนะนำให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนาย ส. ฐานให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ด้วย