ศุกร์ พ.ย. 24

เกือบเสียลูกเพราะ...ทอม !!!

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

 

อย่างที่โบราณว่า ก็ไม่ผิดเลย คำว่า ความรักทำให้คนตาบอด ไม่เว้นแม่แต่เป็นเพศปกติหรือเพศที่ 3 มิหนำซ้ำเพศที่ 3 นี่อาจจะรุนแรงกว่า เพราะเป็นที่รู้กันว่า มักจะเป็นบุคคลที่มีอารมณ์สุดโต่งไม่ว่าจะด้านดีหรือร้าย

ฉบับนี้ทางบ้านเด็กและครอบครัวมีเรื่อง ที่คิดว่าน่าจะเป็นข้อคิดหรือข้อเตือนใจ สำหรับผู้อ่านทุกกลุ่มได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว คุณอาจลำบากใจหากต้องอยู่ในสภาวะต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง และคุณเป็นบุคคลที่ต้องอยู่ตรงกลาง แน่นอนคุณต้องเป็นตราชั่งที่มีคุณธรรมมากๆ ที่จะเลือกระหว่าง แฟน (ทอม) กับ ลูกชาย แม้ว่าคุณจะมีสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์อยู่ก็ตาม ทำให้คุณรู้สึกลำบากใจไม่น้อยเพราะอยู่ร่วมกันไม่ได้

แม่...มีสามีใหม่...ก็ไม่เห็นแปลก เพราะใครๆ ก็มีได้ หากหย่าร้างกันแล้ว แต่...มันแปลกก็ตรงที่ว่า สามีใหม่ของแม่เป็นทอม ที่สำคัญแม่พยายามที่จะให้ทอมและลูกชายเป็นครอบครัวเดียวกัน และไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ยอมแม้กระทั่งให้ลูกชายลาออกจากโรงเรียนกลางครัน เพื่อย้ายมาอยู่กับสามีใหม่ซึ่งอยู่คนละจังหวัด  แต่...ทอมไม่ยอม อ้างว่า ลูกมีปัญหาพฤติกรรม เกเร ดูทีวีดึก ติดเกมส์ และก้าวร้าวไม่เชื่อฟัง จนกระทั่งยื่นคำขาดว่า หากพูดไม่รู้เรื่องก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ หากต้องการอยู่กับทอมต้องทิ้งลูก หรือเอาไปไว้ที่ไหนก็ได้

ความเดือดร้อนย่อมมาถึงแม่ลูกคู่นี้ ตราชั่งความยุติธรรมอย่างแม่ ต้องพิจารณาอย่างหนัก จะทิ้งลูกก็เป็นตราบาป จะทิ้งทอมก็ยังรักปักใจ ตัดกันไม่ขาด ว่าแล้วผลของการชั่งตวงวัดก็ออกมาว่า เอาลูกไปบวชเรียนทางธรรมดีกว่า จะได้ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน แต่...ไม่เคยถามลูกเลยแม้แต่คำเดียว โชคดีของลูกที่แม่โทรมาปรึกษาปัญหากับบ้านพักเด็กฯ ทางสายด่วน 1300 และขอฝากลูกไว้ก่อนที่จะส่งไปบวช

เราได้สอบถามความรู้สึกของลูก พบว่า ไม่ได้ต้องการบวช...แต่ก็...แล้วแต่แม่ เพราะผมอยากอยู่ใกล้แม่ (แต่แม่ไม่ได้อยากอยู่กับผม) เด็กเครียดมาก และเราพยายามที่จะค้นหาความจริง เพื่อวางแผนช่วยเหลือเด็ก โดยยึดความต้องการและอนาคตของเด็กเป็นหลักในการหาทางช่วยเหลือ เด็กต้องการเรียนที่ไหนก็ได้ ที่อยู่ใกล้แม่ แต่ไม่ต้องการบวช เพราะไม่มีความสุข สรุปสุดท้าย ให้เด็กอยู่โรงเรียนประจำ จะได้ไม่ต้องปะทะกับสามีใหม่ของแม่ และแม่สามารถไปเยี่ยมลูกได้ตลอดเวลา หากมีปัญหาบ้านพักเด็กฯ จะช่วยเหลือ แต่...ทอมไม่ยอม โยนความผิดให้โรงเรียนว่าเป็นโรงเรียนไม่ดี เกรดต่ำ เอาลูกไปไว้กับญาติที่ต่างจังหวัดดีกว่า

ถ้าเป็นคุณ...คิดเห็นอย่างไร ?

ตราชั่งต้องทำงานหนักขึ้น เพราะสามีใหม่เหมือนจะบังคับให้แม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง...ท่านผู้อ่านค่ะ โชคดีเป็นของลูกที่มีแม่เป็นตราชั่งคุณธรรม มีสัญชาตญาณของความเป็นแม่มากว่า เธอเลือกลูกของตนเอง  และพาลูกกลับไปอยู่บ้านเดิมที่เธอจากมา

ดีใจกับเธอและลูกด้วย...ที่หลงผิดเลือกทางที่ไม่มีอนาคต และเราก็หวังแต่ว่า ทั้ง 2 คนแม่ลูกจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างปกติสุข

ไม่ว่าจะเป็นชายจริง หญิงเทียม ทุกคนมีส่วนทำให้ครอบครัวสมบูรณ์แบบได้เหมือนกัน หากต้องบอกให้ใครเลือกใคร คงจะต้องสูญเสียกันไปข้างหนึ่งเหมือนครอบครัวนี้ ฝากไว้เป็นข้อคิด