อังคาร พ.ย. 21

เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

 

สถานที่ที่กำหนดค่าตัวพานักร้องออกไปร่วมประเวณี เป็นสถานที่ได้ใช้ในการติดต่อและจัดหาบุคคลเพื่อทำการค้าประเวณี เป็นสถานที่การค้าประเวณี

 

ผู้ต้องหาทำหน้าที่ผู้จัดการ และดูแลสถานที่ดังกล่าว เป็นผู้วางข้อกำหนดอนุญาตให้ลูกค้าที่พอใจนักร้องคนใดสามารถพานักร้องผู้นั้นออกไปเที่ยวในเวลาทำงานได้ ถือว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี

 

ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 41 เวลาประมาณ 11.00 น. ศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามการค้าโสเภณีเด็กและการใช้แรงงานเด็ก (ศสร.ป) ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงมหาดไทยว่า มีสถานบริการแห่งหนึ่ง อยู่ติดกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง มีการค้าประเวณีและเป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชนโดยกระทำการอย่างเปิดเผย และเป็นที่เดือนร้อนรำคาญของประชาชน ขอให้ ศสร.ตร. ไปตรวจสอบและดำเนินการจับกุม หลังรับแจ้ง พ.ต.อ. ว. รองผบก.ป.จึงสั่งการให้ พ.ต.ท. น. รองผกก.2.ป.และรักษาการหัวหน้าศูนย์ประสานงานป้องกันและปราบปรามการค้าโสเภณีเด็กและใช้แรงงานเด็ก ทำการสืบสวนข้อเท็จจริงและจับกุม จากนั้น พ.ต.ท. น. จึงได้ร่วมกันวางแผนจับกุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยสั่งการให้ จ.ส.ต. ส. ผู้กล่าวหา และ จ.ส.ต. ช. พยานกับพวก ทำทีเข้าไปใช้บริการรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าวโดยเตรียมธนบัตร ฉบับละ 1,000 บาท ซึ่งได้ถ่ายเอกสารไว้แล้ว สำหรับใช้ในการล่อซื้อหญิงในร้านไปร่วมประเวณี ต่อมาวันที่ 7 กันยายน 2541 เวลาประมาณ 21.30 น. ผู้กล่าวหากับพวกจึงได้เดินทางไปที่สถานบริการแห่งนั้น ได้สั่งอาหารและเครื่องดื่มมารับประทาน ระหว่างนั้นได้มีผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นกัปตันของสถานบริการดังกล่าวมานั่งคุยด้วย โดยผู้ต้องหาที่ 2 แจ้งให้ผู้กล่าวหากับพวกทราบว่า นักร้องที่สถานบริการนี้ สามารถรับออกไปร่วมหลับนอนข้างนอกได้

 

ผู้กล่าวหาได้สอบถามราคาค่าตัวนักร้องและทราบจากนางสาว พ. พนักงานเสิร์ฟของร้าน ซึ่งได้สอบถามจากผู้ต้องหาที่ 2 อีกทอดหนึ่งว่า คิดค่าเสียเวลาคนละ 2,000 บาท ซึ่งจะต้องจ่ายให้แก่ผู้ต้องหาที่ 2 ผู้กล่าวหาจึงนำธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ซึ่งได้ถ่ายเอกสารไว้ก่อนแล้ว มาชำระให้แก่ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นเงิน 4,000 บาท และที่เหลืออีกส่วนหนึ่งได้มอบให้ผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 และหักไว้เป็นค่าเช่าชุดนักร้องคนละ 200 บาท จากนั้นผู้กล่าวหาและพยานได้พาผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ขึ้นรถไปยังโรงแรมสุขสวัสดิ์ 19 อินน์ และเปิดห้องพัก 2 ห้อง โดยผู้กล่าวหาผู้ต้องหาที่ 4 ไปร่วมประเวณี และพยานได้พาผู้ต้องหาที่ 3 ไปร่วมประเวณี จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 23.50 น. ผู้กล่าวหาและพยานได้พาผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 เดินทางกลับสถานบริการแห่งเดิม และระหว่างทางผู้กล่าวหาได้โทรศัพท์แจ้งให้ พ.ต.ท. น. ซึ่งคอยอยู่ที่สถานีตำรวจทราบ เพื่อให้เดินทางมาที่สถานบริการ และทำการจับกุมผู้ต้องหา เมื่อผู้กล่าวหาและพยานมาถึงสถานบริการ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสอบถามถึงผู้จัดการ ผู้ต้องหาที่ 1 ได้แสดงตัวเป็นผู้จัดการและผู้ดูแลสถานบริการดังกล่าว ผู้กล่าวหากับพวกจึงจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการสถานการค้าประเวณีและเปิดสถานบริการตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2509 มาตรา 3 (4) โดยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงาน ส่วนผู้ต้องหาที่ 2, 3 และ 4 จะถูกกล่าวหาว่าอย่างไร ก็ต้องติดตามในฉบับหน้า ครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่