อังคาร พ.ย. 21

นำร่อง “ราชพัสดุสีขาว” ลดปัญหายาเสพติด

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

จากปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดค่อนข้างมากใน จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะชุมชนในตัวเมืองที่มีการรวมกันของกลุ่มคนที่หลากหลายอาชีพ จากปัญหาดังกล่าวทาง ธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ต จึงเลือกชุมชนหลังศาลากลางภูเก็ต เขตเทศบาลเมืองภูเก็ต ตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุเนื้อที่กว่า 9 ไร่ เป็นชุมชนนำร่องที่ราชพัสดุสีขาว เนื่องจากเป็นชุมชนที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพราะมีผู้กระทำผิดกฎหมาย ทั้งผู้เสพและผู้ค้ารายย่อย ลักลอบใช้เป็นแหล่งหลบซ่อน

 

ธำรงค์ ทองตัน ธนารักษ์พื้นภูเก็ต กล่าวถึงว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ซึ่งจะมีรั้วของชุมชนและครอบครัวรวมอยู่ด้วย ทางธนารักษ์ฯ จึงมองว่าที่ดินราชพัสดุซึ่งเป็นที่ดินของรัฐที่มีการจัดให้ราษฎรเช่านั้น ซึ่งในจังหวัดภูเก็ตมีอยู่ 5 ชุมชน คือ ชุมชนหลังศาลากลาง ชุมชนหลังหอประชุม ชุมชนหลังจวนผู้ว่า ชุมชนซอยต้นโพธิ์ และชุมชนท่าฉัตรไชย ซึ่งแต่ละชุมชนเป็นชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อยาเสพติด และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของยาเสพติดอย่างชัดเจน


            การที่ธนารักษ์พื้นที่ภูเก็ตเลือกชุมชนหลังศาลากลางเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นชุมชนขนาดกลางที่มีจำนวนผู้เช่า 112 ครัวเรือน จึงเหมาะแก่การที่จะเป็นโครงการนำร่องที่ราชพัสดุสีขาว

 

 

 

ธำรงค์ กล่าวด้วยว่า เป็นโครงการที่ทำให้ชุมชนขาวสะอาด มีความสุข ปลอดยาเสพติด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อบันทึกข้อตกลงโครงการระหว่างราชการและผู้นำชุมชน อาทิ เทศบาลนครภูเก็ต กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต โดยได้มีการประสานงานกับผู้นำชุมชนอยู่ตลอดเวลาในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทำความเข้าใจกับผู้เช่า โดยอาจจะมีการประชุม จัดทำข้อตกลงของผู้เช่า เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็งของคนในชุมชน หลังจากที่โครงการนี้ประสพความสำเร็จ จะดำเนินการต่อที่ชุมชนหลังหอประชุม ชุมชนซอยต้นโพธิ์ ชุมชนหลังจวนผู้ว่าฯ และชุมชนท่าฉัตรไชยเป็นลำดับสุดท้าย เพราะว่าชุมชนขนาดใหญ่มีประมาณ 500-600 ครัวเรือน

            ผลตอบรับส่วนใหญ่เห็นชอบกับโครงการนี้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการลงพื้นที่มวลชนสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ธำรงค์กล่าว

 

ขณะที่ วาสนา นุ่นสังข์ ประธานชุมชนหลังศาลากลาง กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันของชุมชนหลังศาลากลาง เบาบางลงไปมาก จากเดิมซึ่งมีทั้งคนขายและคนเสพยาเป็นจำนวนมาก โดยเหลือเพียง 5%  ซึ่งการจะดำเนินการให้ขาวสะอาดทั้ง 100 % คงจะต้องใช้เวลาอีกซักระยะหนึ่ง สิ่งสำคัญประชาชนในชุมชนจะต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ตักเตือนลูกหลาน และป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกชุมชนนำสิ่งไม่ดีเข้ามาในชุมชนและการจัดเวรยามสอดส่องในชุมชน เพื่อเฝ้าระวังคนในชุมชนและคนแปลกหน้า

             วาสนา กล่าวทิ้งท้าย ว่า การที่จะขจัดปัญหายาเสพติดของชุมชน ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับทางชุมชนให้มากกว่าเดิม เพราะชุมชนจะดูแลตัวเองได้เพียงระดับหนึ่ง ดังนั้นจะต้องให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทช่วยดูแลกวดขันให้มากกว่านี้            

                ทางด้าน ... วิชัช คงคาไหว รองสาวัตรปราบปราม ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์ก่อนหน้านี้ในชุมชนหลังศาลากลาง มีทั้งผู้เสพและผู้ขายยาเสพติดค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เสพยาเสพติด หลังจากนั้นก็จะก่อคดีลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งทางตำรวจได้ลงพื้นที่ร่วมกับผู้นำชุมชน ในการตรวจตราชุมชนในพื้นที่มาโดยตลอด แต่หลังจากโครงการนี้เข้ามาทำให้สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่เบาบางลง ส่งผลให้ปัญหาอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อยก็น้อยลงตามไปด้วย

 

ประชาชนในพื้นที่จะเฝ้าระวังพื้นที่ของตนเองดีมาก เมื่อรู้เบาะแสหรือการกระทำผิดจะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และอยากให้ทุกชุมชนมีจัดทำโครงการแบบนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ร... วิชัช กล่าวสรุป

การไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด คือ คำมั่นสัญญาที่ทางชุมชนหลังศาลากลาง จะมุ่งมั่นดำเนินโครงการที่ราชพัสดุสีขาวอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมให้รั้วชุมชนปลอดยาเสพติด ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันของรัฐบาลให้มีความเข้มแข็ง