เสาร์ พ.ย. 25

เป็นเจ้าของกิจการค้าประเวณี (จบ)

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล
 

ความเดิมตอนที่แล้วเจ้าหน้าที่ได้มีการล้อซื้อค้าประเวณี นักร้องในสถานบริการ พร้อมทั้งจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการสถานการค้าประเวณีและเปิดสถานบริการตาม พ.ร.บ. พ.ศ. 2509 มาตรา 3 (4) โดยไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงาน ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ในข้อหาเป็นธุระจัดหาซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม ผู้ต้องหาที่ 3 และผู้ต้องหาที่ 4 ในข้อหาเข้ามั่วสุมในสถานการค้าประเวณีเพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยยึดธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรที่จ่ายเป็นค่าตัวผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งได้ถ่ายเอกสารไว้แล้ว จากผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งรับว่าได้รับเงินจากผู้ต้องหาที่ 2 และยึดสมุดลงเวลาทำงานของพนักงาน ซึ่งมีหลักฐานการลงเวลาการทำงานของผู้ต้องหาที่ 3 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า ฝนและผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า เพ็ญ จำนวน 1 เล่มชั้นจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1 ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ ผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ให้การรับสารภาพ ผู้กล่าวหากับพวกได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนแล้ว ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ ผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ให้การรับสารภาพ

คดีมีปัญหาให้อัยการสูงสุดชี้ขาดว่า ผู้ต้องหาที่ 1 มีความผิดฐานเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี หรือไม่

อัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นพนักงานสถานบริการดอกประดู่คาเฟ่ มีผู้ต้องหาที่1 เป็นผู้ดูและผู้จัดการผู้ต้องหาที่ 2 ได้ใช้สถานที่ดังกล่าวในการับติดต่อกับจ่าสิบตำรวจ ส. ผู้กล่าวหาและได้แนะนำผู้กล่าวหา และจ่าสิบตำรวจ ช. พยานว่า นางสาว พ. ผู้ต้องหาที่ 3 และนางสาว จ. ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งเป็นนักร้องประจำสถานบริการ สามารถพาไปร่วมประเวณีได้ โดยผู้ต้องหาที่ 2 จะเป็นผู้กำหนดค่าตัวในการพานักร้องออกไป จนมีการตกลงและจ่ายค่าตัวพร้อมกับจัดให้ผู้กล่าวหาและพยานพาผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ออกไปร่วมประเวณี ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ สถานที่ดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่ได้ใช้ในการติดต่อและจัดหาบุคคลเพื่อกระทำการค้าประเวณี อันเป็นสถานการค้าประเวณี ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มาตรา 4 และเมื่อปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 2 ผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ต่างก็เป็นพนักงานประจำสถานบริการดังกล่าว ซึ่งมีผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้บังคับบัญชา ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการและผู้ดูแลสถานบริการ ผู้ต้องหาที่ 1 จึงมีอำนาจสั่งการและมอบหมายให้พนักงานปฏิบัติงานตลอดจนวางข้อกำหนดในการทำงานของพนักงานภายในสถานบริการได้ และผู้ต้องหาที่ 1 ได้วางข้อกำหนดอนุญาตให้ลูกค้าที่พอใจนักร้องผู้ใดสามารถพานักร้องผู้นั้นออกไปเที่ยวในเวลาทำงานได้ โดยให้ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้อนุญาตและกำหนดราคาค่าเสียเวลาในการพานักร้องออกไปเที่ยว ซึ่งพนักงานภายในสถานบริการทุกคนทราบถึงข้อกำหนดดังกล่าว เมื่อได้รับการติดต่อจากลูกค้าว่าจะพานักร้องผู้ใดออกไปเที่ยวในเวลาทำงานจึงมาสอบถามราคาค่าเสียเวลาและขออนุญาตจากผู้ต้องหาที่ 2 และผู้ต้องหาที่ 2 จะกำหนดราคาค่าตัว อนุญาตให้พานักร้องออกไปเที่ยวและหักส่วนแบ่งเงินค่าตัวเข้าเป็นรายได้ของสถานบริการ กรณีจึงน้าเชื่อถือว่าผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานะผู้จัดการผู้ดูแลสถานบริการดังกล่าว มีส่วนรู้เห็นในการที่ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ติดต่อแนะนำและจัดให้ผู้ต้องหาที่ 3 ผู้ต้องหาที่ 4 ไปค้าประเวณีกับผู้กล่าวหาและพยาน จึงชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหาที่ 1 ฐานเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแลหรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือสถานการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการณ์ค้าประเวณี ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มาตรา 4,11