เสาร์ ธ.ค. 16

ระดมสมองเบื้องต้น ออกแบบศูนย์ประชุมฯ

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

ระดมสมองออกแบบศูนย์ประชุมฯ ใช้งบไทยเข้มแข็ง 2 จำนวน 2,600 ล.หวังใช้เป็นแลนด์มาร์ก เน้นความเป็นอัตลักษณ์ภูเก็ตและอันดามัน พร้อมให้คนพื้นที่ใช้ประโยชน์ได้ด้วย 

    เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมเปิดโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต งานสำรวจ และออกแบบรายละเอียดอาคาร (Detail Design) การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน  โดยมีนายทศพร เทพบุตร และนายเรวัต อารีรอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น หอการค้า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้เป็นต้น ร่วมนำเสนอแนวคิด

            นายสมศักดิ์ ธรรมเวชวิถี ประธานโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต งานสำรวจ และออกแบบรายละเอียดอาคาร (Detail Design) การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน กล่าวว่า ด้วยกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้ขอรับการจัดสรรเงินภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ระยะที่ 2 ได้วงเงิน 2,600 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมฯ บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ภก.153 บริเวณหาดไม้ขาว ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ 3 ขั้นตอน คือ การดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จากนั้นจึงดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 คือ การประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการประมาณเดือนมิถุนายน 2553 และขั้นตอนที่ 3 จัดจ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้างโครงการฯ ประมาณเดือนกรกฎาคม 2553

            สำหรับในขั้นนี้เป็นการชี้แจงแนวคิดเบื้องต้นและรับทราบข้อมูลตลอดจนความคิดเห็นเพื่อนำไปใช้ประกอบการออกแบบรายละเอียดต่อไป นายสมศักดิ์กล่าวและว่า การก่อสร้างศูนย์ประชุมฯ นั้น เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจให้จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง เป็นแหล่งงานและกระจายรายได้ให้ท้องถิ่นจากการดำเนินโครงการ พัฒนาที่ราชพัสดุ เพิ่มมูลค่าให้เกิดประโยชน์กับภาครัฐและภาคเอกชน สร้างความมั่นคงให้จังหวัดภูเก็ตสู่ความเป็นมิตรไมตรีในระดับนานาชาติและประชาคมโลก โดยจะต้องไม่สร้างกิจกรรมแข่งกับเจ้าของท้องที่เดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น โรงแรม สถานบันเทิง เป็นต้น

            นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า แนวทางการพัฒนาจะมีการสร้างอาคาร 2 หลังสำหรับการจัดประชุมสัมมนาและการจัดแสดงนิทรรศการ โดยบริเวณภายในใช้เป็นกิจกรรมเพื่อเชิดชูวัฒนธรรมและเสริมสร้างสังคมของท้องที่ให้ได้รับประโยชน์ของทัศนียภาพท้องทะเลและอุทยานแห่งชาติ คำนึงถึงความปลอดภัยของมหาชนจากภัยธรรมชาติและการก่อการร้าย เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนานาชาติและคนไทย หลีกเลี่ยงการสร้างมลภาวะและผลกระทบต่อท้องที่ สร้างอาคารให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายสภาพเดิม และออกแบบโครงการเพื่อให้คนในท้องถิ่นเกิดความภาคภูมิใจ แต่ยังมีข้อจำกัดของที่ดิน เกี่ยวกับกฎหมายและข้อกำหนดความสูงของอาคาร เช่น ความสูง ประเภทการใช้ที่ดิน เป็นต้น รวมทั้งยังไม่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานบริการด้านประปาและโทรศัพท์

            โดย นายเมธี ตันมานะตระกูล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า รอคอยโครงการนี้มานานร่วม 10 ปีแล้ว ฝากทำความเข้าใจให้ชัดเจนระหว่างสัดส่วนของการเป็นศูนย์ประชุมฯ กับศูนย์แสดงนิทรรศการ เนื่องจากแบบที่จะออกมานั้นจะต้องมีความแตกต่างกันตามประเภทของการใช้งาน ทางกรมธนารักษ์ควรที่จะมีการว่าจ้างที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ด้านการบริหารจัดการศูนย์ประชุมและนิทรรศการ มาร่วมเสนอแนวคิดการออกแบบ เช่น ไบเทค อิมแพ็ค เป็นต้น เพื่อให้ได้รูปแบบที่ใช้งานได้จริง และไม่มีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น รวมทั้งหากให้เอกชนเป็นผู้บริหารจัดการก็ควรที่จะเปิดประมูลหาผู้มารับบริการตั้งแต่เริ่มต้น เพราะการทำตลาดประชุมสัมมนาจะต้องขายก่อนล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 2 ปี ตลอดจนแบบที่ออกมานั้นจะต้องมีความเป็นมาตรฐานสากล มีความเป็นมืออาชีพเพราะจะต้องรองรับการประชุมในระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี สุดท้ายไม่อยากให้มีการสร้างโรงแรมเกิดขึ้นภายในศูนย์ประชุมฯ เพราะปัจจุบันห้องพักของภูเก็ตมีมากพอแล้วจำนวนประมาณ 50,000 ห้อง

            ด้าน นายสมบูรณ์ จิรายุส นายสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากห้วงระยะเวลาที่กำหนดเป็นห่วงเรื่องของการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องใช้เวลานาน  นอกจากนี้การจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาบริหารนั้นส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทเป็นหลัก ดังนั้นอยากฝากให้ดูเรื่องของประชาชนในพื้นที่ซึ่งควรที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงการดังกล่าวด้วย เพราะการมีศูนย์ประชุมฯ นับเป็นสิ่งที่ดีที่จะสร้างอาวุธทางการตลาดให้กับการท่องเที่ยวของภูเก็ตอีกทางหนึ่ง

            ส่วน นายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต กล่าวว่า แบบที่จะออกมานั้นควรที่จะมีความเป็นอัตลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นภูเก็ตและอันดามัน รวมทั้งจะต้องเป็นแลนด์มาร์กของภูมิภาคนี้ด้วยเหมือนกับออสเตรเลีย หรือสิงคโปร์ นอกจากนี้จะต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งควรจะมีกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อให้คนในพื้นที่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ควบคู่กันไปได้ด้วย

            ทั้งนี้ภาพรวมของการนำเสนอแนวคิดการออกแบบจะไม่แตกต่างกันนั้น นอกจากเรื่องของความเป็นอัตลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นภูเก็ตและอันดามัน การรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ระบบการจราจรและระบายรถเข้าออก สถานที่ในการจอดรถ การบำรุงรักษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนการสร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้นต่อเนื่องและมีประโยชน์กับคนท้องถิ่นด้วย รวมทั้งสามารถอธิบายถึงที่มาของรูปแบบที่นำเสนอ ซึ่งอาจจะมีแนวทางให้เลือก 2 – 3 รูปแบบ

            ขณะที่ นางอัญชลี กล่าวว่า ข้อมูลที่มีการนำเสนอทั้งหมดทางบริษัทที่ปรึกษาจะต้องนำไปประมวลผลเพื่อให้ตรงกับความต้องการและการใช้งานให้มากที่สุด รวมทั้งจะต้องเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด โดยจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ส่วนที่ยังมีปัญหาในเรื่องของผังเมืองก็จะได้ไปหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง 

{morfeo 1}