พฤหัสบดี ธ.ค. 14

เปิดค่ายเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล


เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมค่ายเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รุ่นที่ 41 ซึ่งสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาจัดขึ้น โดยมีนายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอถลาง นายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว คณะครู และนักเรียนโรงเรียน อบจ.บ้านไม้เรียบเข้าร่วม

นายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว กล่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน ทั่วโลกได้เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังถูกคุกคามในหลายๆ ลักษณะ ทำให้ประเทศไทยต้องตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องของการคุ้มครองและใช้ ประโยชน์จากทรัพยากร และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีสายพระเนตรกว้างและยาวไกล ทรงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ในปี พ.ศ. 2503 

ทรงอนุรักษ์ต้นยางนา ในปี พ.ศ.2504 ทรงให้นำพรรณไม้จากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยมาปลูกไว้ในสวนจิตรลดา เพื่อเป็นแหล่งศึกษา ในปี พ.ศ.2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงสืบทอดพระราชปณิธานต่อ โดยมีพระราชดำริกับนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการ พระราชวัง ให้ดำเนินการอนุรักษ์พืชพรรณของประเทศ โดยพระราชทานให้โครงการส่วนพระองค์ฯ สวนจิตรลดา เป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารพืชพรรณขึ้น ในปี พ.ศ. 2536 และดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่นั้นมา 

ศูนย์อนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่ร่วมสนองพระราชดำริ ตามแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จากจังหวัดภูเก็ต ให้ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่อง 

โดยมีกิจกรรมสร้างจิตสำนึก ซึ่งพระองค์ได้พระราชทานแนวการสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืช ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเล็งเห็นถึงความงดงาม ความน่าสนใจของพืชพรรณ และเกิดความปีติที่จะศึกษาและอนุรักษ์ต่อไป จึงได้จัดให้มีการอบรมค่ายเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จำนวน 10 รุ่น รุ่นละ 50 คน ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์การศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว ซึ่งขณะนี้ได้มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ผ่านการอบรมมาแล้ว 40 รุ่น รวม 2,000 คน นายพงศ์ชาติกล่าว 

ขณะที่นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีค่าและมีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก เพราะทุกชีวิต ล้วนมีความสัมพันธ์และได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติมาเป็นเวลาช้านาน ในอดีต ทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นโลกมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ แต่ในปัจจุบัน มนุษย์ได้นำทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นมาใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย 

ส่งผลให้พืชพรรณหลายชนิดที่ยังไม่ได้มีการศึกษา และบางชนิดที่ยังไม่ได้สำรวจพบสูญพันธุ์ไป ดังนั้น การให้ความรู้และการสร้างทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติให้กับเยาวชน ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต 

การใช้ป่าเขาพระแทว ซึ่งเป็นป่าดงดิบชื้นผืนสุดท้าย ที่มีความสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดภูเก็ต ในขณะนี้เป็นสถานที่อบรม จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นป่าใกล้เมือง ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เหมาะแก่การเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดก็คือ เป็นสถานที่แห่งแรกของโลกที่ค้นพบปาล์มหลังขาว ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติดั้งเดิมเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและในโลก ที่ยังมีการแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติของปาล์มชนิดนี้เป็นกลุ่ม 

นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของ ปูน้ำตก ซึ่งเป็นปูหายากประจำถิ่นอีกด้วย ดังนั้นขอให้เยาวชนผู้เข้ารับการอบรมทุกคน ตั้งใจศึกษาหาความรู้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างแนวร่วมและเครือข่าย ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต่อไป นายสมเกียรติกล่าว