เสาร์ ธ.ค. 16

ชาวบ้าน 15 ราย บริเวณหาดในยางขอความเป็นธรรม

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล


เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 ที่ร้านเดอะบีช คลับ หน้าหาดในยาง ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายอรุณ แผ้วพันธ์ชู เจ้าของร้านฯ พร้อมด้วยนายณรงค์ ชายดำ และตัวแทนชาวบ้านบริเวณหาดในยาง ในจำนวน 15 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีมีการแจ้งความดำเนินคดีบุกรุก ที่สาธารณะ และมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารร้านค้าซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าชายหาดในยาง ตามคำสั่งขององค์การบริหารส่วนตำบลสาคู (อบต.สาคู)

 

ซึ่งดำเนินการตามนโยบายจัดระเบียบการบุกรุกที่สาธารณะ ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมองว่ากระบวนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการไม่เป็นไป ตามขั้นตอนของกฎหมายกำหนด และเรื่องยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา หากถึงที่สุดแล้วพร้อมจะปฎิบัติตามคำสั่งศาล 

โดยนายอรุณ กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในประชาชนจำนวน 15 ราย ที่มีการสร้างอาคารและร้านค้าอยู่บริเวณหน้าชายหาดในยาง ซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐ คือ อบต.สาคู กล่าวหาว่าบุกรุกที่สาธารณะ ทั้งๆ ที่พื้นที่ที่มีปัญหานั้นกลุ่มของตนได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมมาแล้ว 13 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากหน่วยงานของรัฐฟ้องร้องว่าพวกเรา 15 ราย บุกรุกที่สาธารณะเช่นกัน และศาลพิจารณายกฟ้อง แต่มาวันนี้ได้ถูกฟ้องร้องว่าบุกรุกที่สาธารณะอีกครั้ง และทั้งๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ แต่หน่วยงานของรัฐจะเข้ามาทำการรื้อถอน จึงไม่สามารถยินยอมได้ 

“จากปัญหาดังกล่าวจึงอยากฝากขอความเป็นธรรมไปยัง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าขณะนี้ชาวบ้านโดนรังแกจากคำสั่งของ คสช. ซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งที่ในการดีว่าให้ดำเนินการกับผู้บุกรุก แต่พวกของตนเคยโดนข้อหาบุกรุกที่สาธารณะมาแล้วเมื่อ 13 ปีที่แล้ว และศาลพิจารณายกฟ้องไปแล้ว จึงอยากจะขอให้พวกตนได้ทำกินในพื้นที่ดังกล่าว เพราะบางคนอยู่อาศัยมา 20-30 ปี 

ซึ่งเราไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก อบต.สาคูและจังหวัด เพราะมีการกล่าวหาว่าพวกตนบุกรุกที่สาธารณะ ทั้งๆ ที่การพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ หากทางราชการยืนยันว่าพื้นที่ที่พวกตนตั้งอาคารร้านค้าอยู่นั้นเป็นที่ สาธารณะก็ขอให้นำคำพิพากษาถึงที่สุดมายืนยัน และพวกตนก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม โดยจะทำการรื้อถอนเอง ไม่ต้องให้หน่วยงานราชการมาดำเนินการ” 

นายอรุณ กล่าวด้วยว่า อีกประเด็นที่ทาง อบต.สาคู กล่าวหาว่า อาคารไม่มั่นคงแข็งแรง ก่อสร้างไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในส่วนของตนได้สร้างมาเป็นเวลาร่วม 22 ปี ทำไมก่อนหน้านี้จึงไม่มีการดำเนินการใดๆ แต่มาปัจจุบันมีคำสั่งของ คสช.ให้ดำเนินการกับผู้บุกรุกที่สาธารณะ และสั่งให้พวกตนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในการปิดประกาศให้รื้อถอนก็มีกระบวนการของกฎหมาย โดยการปิดประกาศครั้งแรกให้ทำการรื้อถอนภายใน 30 วัน พวกตนได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาคำ อุทธรณ์ ฯ 

แต่ระหว่างนั้น ทาง อบต.สาคู ได้ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกลับมาให้ทำการรื้อถอน ซึ่งขณะนี้มีอาคารบางหลังถูกรื้อถอนไปแล้ว และมีบางหลังที่ยังไม่ถูกรื้อถอนเนื่องจากเจ้าของอาคารไม่ยินยอม เนื่องจากอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่ง และการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้นหน่วยงานภาครัฐก็ไม่ควรดำเนินการใดๆ ควรจะรอให้ผลการพิจารณาออกมาก่อน และหากผลออกมาว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นด้วยกับ อบต.สาคู และกรณีที่พวกตนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ตามกฎหมายระบุว่าให้ร้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 30 วัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นพวกตนทั้ง 15 คนก็จะไปก็จะไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง จึงอยากเรียกร้องผู้ที่เกี่ยวข้องว่าขอให้พวกตนได้ใช้สิทธิตามที่มีก่อน แต่หากถึงที่สุดศาลปกครองมีคำสั่งว่า อาคารไม่แข็งแรงหรือไม่ได้รับอนุญาตอย่างไร โดยมีการสั่งให้ทุบทิ้ง ตนก็จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลนั้น