พฤหัสบดี ธ.ค. 14

ปิดฉากมหกรรมกีฬาทางน้ำแห่งเอเชียอย่างสมเกียรติ

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล


เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2557 ที่ห้องกานดากะตะบีชรีสอร์ทแอนด์สปา ต.กะรน อ.เมือง ภูเก็ต พลเรือเอกหม่อมหลวงอัศนี ปราโมช องคมนตรีและผู้แทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานให้แก่ผู้ชนะ การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ประจำปี 2557 ทั้งสามรายการแข่งขัน ได้แก่รายการภูเก็ตดิงกี้ซีรี่ส์ รายการอินเตอร์เนชั่นแนลดิงกี้คลาส และการแข่งขันเรือใบนานาชาติรุ่นใหญ่ ทั้งประเภทคีลโบ๊ทและมัลติฮัลล์

รายการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ประจำปี 2557 ซึ่งเป็นถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชีย ดำเนินการโดยคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์ คัพรีกัตต้าภายใต้การอำนวยการของสโมสรเรือใบราชวรุณ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมด้วยกองทัพเรือ สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และจังหวัดภูเก็ต

โดยปีนี้มีเรือใบเข้าร่วมงานกว่า 130 ลำ จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในการจัดการแข่งขันประเภทเรือใหญ่รวม ถึง 123 เที่ยว สูงสุดนับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันเป็นต้นมา โดยมีเรือใบแข่งขันประเภทคีลโบ๊ทและมัลติฮัลล์รวม 93 ลำ แบ่งเป็น 14 รุ่น นับเป็นรายการแข่งขันเรือใบที่มีจำนวนรุ่นมากที่สุดในเอเชีย เมื่อนับรวมกับการแข่งขันเรือใบเล็กอีก 27 เที่ยว ทำให้ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้าครั้งที่ 28 จัดการแข่งขันรวมสูงถึง 150 เที่ยว 

สำหรับไฮไลท์ผลการแข่งขัน นับเป็นอีกครั้งที่กัปตันอิทธินัย ยิ่งศิริ สามารถนำเรือไพน์ แปซิฟิค จากประเทศไทย คว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขันรุ่นพรีเมียร์ “วันนี้กระแสลมดีที่สุดตั้งแต่เริ่มการแข่งขันครับ โดยในช่วงออกสตาร์ทลมแรง 9 – 10 น๊อต ซึ่งเหมาะสมกับเรือใหญ่ของทีมเราที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งวันนี้เป็นการแข่งขันแบบทุ่นเหนือลม – ใต้ลม ซึ่งกระแสลมแรงไม่ตกเลยทั้งสองช่วง อีกทั้งทีมของเรายังเล่นได้ดีมาก โดยเฉพาะเทคนิเชียนของเราบอกทิศทางได้แบบไม่มีข้อผิดพลาดเลย ทำให้เรากำชัยชนะได้ในที่สุด ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนทีมไทยนำชัยชนะมาร่วมเฉลิมฉลองแด่องค์พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของเราอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งผมคิดว่าการแข่งขันรุ่นพรีเมียร์ปีนี้มีการพัฒนาขึ้นมาก เนื่องมาจากการออกแบบเรือที่ใช้วัสดุสมัยใหม่ซึ่งทำให้เรือขนาดใหญ่สามารถ แล่นได้เร็วขึ้น คาดว่าในปีต่อๆ ไปการแข่งขันเรือใบใหญ่โดยเฉพาะในรุ่นพรีเมียร์ จะยิ่งทวีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้นครับ” 

อีกหนึ่งความภูมิใจของทีมเรือไทยในปีนี้คือ เรือแสนสิริของกัปตันกิ่ง – ปฏิญญากร บุราณรมย์ ผู้ชนะเลิศในรุ่นโมเดิร์นคลาสสิค ซึ่งคว้าชัยชนะไปแบบลอยลำตามคาด “เราใช้เวลาเตรียมทีมและฝึกซ้อมมาหนึ่งปีเต็มครับ ตั้งแต่พลาดหวังจากปีที่แล้ว เราได้ตระเวณแข่งขันและฝึกซ้อมในหลายสนามทั้งในและต่างประเทศเพื่อเรียนรู้ เทคนิคใหม่ๆ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด จนทำให้เราเล่นได้ดีเยี่ยมมากในปีนี้” แม้ว่าจะเป็นผู้ชนะเลิศได้ในที่สุด กัปตันกิ่งยังคิดว่าทีมคู่แข่งก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน เพราะกัปตันแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์สูง หลายคนเคยแล่นเรือใบรอบโลกมาแล้ว แต่กัปตันแห่งเรือแสนสิริยังคงเชื่อมั่นในทีมเวิร์คที่ดี โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า “เรือใบเป็นกีฬาที่เล่นคนเดียวไม่ได้ เพราะฉะนั้นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันสำคัญที่สุดครับ” 

สำหรับการแข่งขันรุ่นอื่นๆ เรือทีม โบ เกสต์ โดยกัปตันคาร์ล คว็อก จากประเทศออสเตรเลีย คว้าอันดับ 1 ในรุ่นไออาร์ซี ซีโร่ โดยมีเรือไฮไฟ โดยกัปตันนีล ไพรด์ จากฮ่องกง และ เรือออย โดยกัปตันปีเตอร์ อะเฮิร์น จากประเทศออสเตรเลียอยู่ในอันดับ 3 ตามลำดับ 

คาร์ล คว็อก กัปตันเรือทีมโบเจสท์ จากฮ่องกง ซึ่งคว้าชัยในรุ่นไออาร์ซี ซีโร่ ที่เปรียบเสมือนฟอร์มูล่าวันในการแข่งขัน กล่าวว่า “เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่และมีจำนวนเรือมากมาย เราคาดว่าจะกลับมาแข่งในภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้าในอนาคตอันใกล้นี้ ผมเชื่อว่ารายการนี้เป็นรีกัตต้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้” 

ส่วนอันดับ 1 ในรุ่นอื่นๆ ได้แก่ ไออาร์ซี 1 ได้แก่ เรือไอส์แลนด์ ฟลิง โดยกัปตันพอล เอฟ วิงเคลมานน์ จากฮ่องกง, รุ่นไออาร์ซี 2 ได้แก่ เรือทีบีจี ทีมพรีเมียร์ โดยกัปตันฮานส์ ไวเมอร์ จากเยอรมนี, รุ่นไออาร์ซี 3 ได้แก่ เรือฟอเรนจ์ แอฟแฟร์ โดยกัปตันเกร็ก เรย์โนลด์ จากออสเตรเลีย, รุ่นแบร์โบ๊ตชาร์เตอร์ เอ คลาส ได้แก่ เรืออูฮูรู โดยกัปตันอังเดร ดูวานอฟ จากรัสเซีย, รุ่นแบร์โบ๊ตชาร์เตอร์ บี คลาส ได้แก่เรือสาระวดี โดยกัปตันเซอร์จีย์ มูซิคิน จากรัสเซีย, รุ่นโอเพ่น ชาร์เตอร์ ได้แก่ เรือกะตะร็อคส์ 3 โดยกัปตันโทนี ไฟเฟอร์ จากออสเตรเลีย, 

รุ่นไฟร์ฟลาย 850 สปอร์ต ได้แก่ เรือวูดู โดยกัปตันฮันส์ ราห์มานน์ จากสหราชอาณาจักร, รุ่นมัลติฮัลล์ เรซซิ่ง ได้แก่ เรือเอเชีย คาตามารันส์ เฮอร์ริเคน โดยกัปตันอลัน คาร์วาดีน จากไทย, รุ่นมัลติฮัลล์ครูซิ่ง ได้แก่ เรือมินนี โดยกัปตันมาซามิ ยามาชิตะ จากญี่ปุ่น, รุ่นโมเดิร์นคลาสสิค ได้แก่ เรือแสนสิริ (วินด์สตาร์) โดยกัปตันกิ่ง-ปฏิญญากร บุราณรมย์ จากไทย, รุ่นครูซิ่ง ได้แก่ เรือเลดี้บับบลี้ โดยกัปตันคริส มิตเชลล์ จากออสเตรเลีย, และ รุ่นคลาสสิค ได้แก เรือเอส วาย ราเวนซอง โดยกัปตันร็อบ เดฟลิน จากออสเตรเลีย 

มหกรรมแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 28 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 6 ธันวาคม 2557 ด้วยกองทัพเรือใบรวม 138 ลำ ซึ่งนอกเหนือจากการแข่งขันเรือใบรุ่นใหญ่ทั้งประเภทคีลโบ๊ทและมัลติฮัลล์ ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้ายังสนับสนุนการเล่นกีฬาเรือใบในหมู่นักกีฬารุ่นเยาว์ โดยการเพิ่มในรายการแข่งขันเรือใบเล็กรุ่นเยาวชนถึงสองรายการด้วยกัน ได้แก่ รายการภูเก็ตดิงกี้ซีรี่ส์ (Phuket King’s Cup Regatta Dinghy Series Race 2014) และ อินเตอร์เนชั่นแนลดิงกี้คลาส (Phuket King’s Cup Regatta International Dinghy Classes Race) 

รายการภูเก็ตดิงกี้ซีรี่ส์ แบ่งเป็นรุ่นออพติมิสต์สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นเลเซอร์ สำหรับประชาชนทั่วไป ส่วนรายการอินเตอร์เนชั่นแนลดิงกี้คลาส ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สาม แบ่งเป็นสามรุ่น ได้แก่ ออพติมิสต์ เลเซอร์ และ ท้อปเปอร์ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เยาวชนไทยดาวรุ่งสร้างผลงานยอดเยี่ยม อาทิ รุ่นออพติมิสต์ อินทิรา ภารพิบูลย์ ซึ่งเคยคว้าแชมป์รายการแข่งขันเรือใบออพติมิสต์ชิงแชมป์โลก 2014 ที่กรุงบัวโนสต์ ไอเรส อาร์เจนตินาประเภทเยาวชนหญิง 

นายเควิน วิทคราฟท์ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กล่าวในพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทาน ว่า “ในนามของคณะกรรมการจัดการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรี กัตต้า ครั้งที่ 28 ขอขอบคุณเหล่าผู้สนับสนุน จังหวัดภูเก็ต กองทัพเรือ และทุกภาคส่วนที่ทำให้งานครั้งนี้ประสบความสำเร็จลงอย่างดียิ่ง แม้ว่าสายลมจะไม่เป็นใจกับเราทุกครั้ง หากทีมผู้จัดงานที่มากประสบการณ์ก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างดีเยี่ยม 

จนกระทั่งเรือใบคีลโบ๊ทและมัลติฮัลล์กว่า 93 ลำและเรือใบเล็กทั้ง 45 ลำ ได้เพลิดเพลินกับสัปดาห์แห่งการแข่งขันที่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้นสนุกสนานบน มาตรฐานการแข่งขันที่บริสุทธิ์ยุติธรรมเหนือท้องทะเลที่สวยงามของเกาะภูเก็ต เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 87 พรรษา ท้ายสุดนี้ ผมขอแสดงการยกย่องผู้ชนะการแข่งขันทุกรุ่นและขอเชิญชวนทุกท่านให้กลับมา เยี่ยมเยือนเกาะภูเก็ตอันสวยงามแห่งนี้อีกครั้ง และพบกันใหม่ในงานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้าปีหน้า”