ศุกร์ พ.ย. 24

ตน.ภูเก็ตร่วมสรรพสามิตจับน้ำมันเขียว 500 ลิตร

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธนัญชัย เพียรช่าง ผกก8บก.รน.,พ.ต.ท.ประเสริฐ ศรีคุณรัตน์ รอง ผกก.8 บก.รน.,พ.ต.ท.ปิติณัฐ ประชุมสุข รอง ผกก.8 บก.รน. นำโดย พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สว.ส.รน.3 กก.8 บก.รน. พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ พฤกษ์ธาราธิกูล สว.( ทนท.ปป.ทางน้ำ)ส.รน.3 กก.8 บก.รน.พร้อมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตจังหวัดภูเก็ต

ได้ทำการจับกุมตัว นายมนูญ ม่วงงาม 57 ปี ชาว จ.ตรัง พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย เรือประมงชื่อ ก.สินสมบูรณ์ 2 ขนาด 17.15 ตันกรอสส์ และน้ำมันเชื้อเพลิงดีโซลีน ( น้ำมันเขียว ) จำนวน 500 ลิตร โดยกล่าวหาว่ามีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้า (น้ำมันเขียว) โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน นำส่งสรรพสามิตพื้นที่ภูเก็ต ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ, 

กล่าวหาว่าใช้เรือผิดเงื่อนไขและข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ ทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 10,000 บาท และไม่เก็บประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถไว้ในเรือ ทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 5,000 บาท โดยจับกุมได้ที่ในทะเลบริเวณทิศตะวันตกห่างจากเกาะไม้ท่อน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ตประมาณ 300 เมตร 

สำหรับพฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจากทางตำรวจน้ำได้รับแจ้งจากสายลับว่า เรือลำดังกล่าวมีพฤติกรรมลักลอบบรรจุน้ำมันไว้ในระวางเรือซึ่งขัดต่อกฎหมาย เข้ามาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับกุม โดยใช้เรือตรวจการณ์ 77 เดินทางไปซุ่มสังเกตการณ์ในทะเลด้านทิศตะวันตกของเกาะไม้ท่อน อ.เมือง จนกระทั่งเวลา 11.30 น. ได้มีเรือประมงชื่อ ก.สินสมบูรณ์ 2 แล่นเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสารการเดินเรือ และน้ำมันที่มีการบรรทุกมา 

แต่เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรงจึงทางนำเรือมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่ท่าเทียบเรือ รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จากการตรวจสอบพบเรือลำดังกล่าวในทะเลบริเวณทิศตะวันตกห่างจากเกาะไม้ท่อน ประมาณ 300 เมตร และตรวจสอบในลำเรือพบน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันเขียว) ของกลางตามที่มีการตรวจยึด บรรจุอยู่ในช่องเก็บของในระวางเรือในช่องที่ 3 (นับจากหัวเรือ) ติดกับเก๋งเรือ โดยมีนายมนูญ (ผู้ต้องหา) ให้การว่าเป็นไต๋เรือลำดังกล่าว และได้เติมน้ำมันเชื้อเพลิงจากเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยบรรจุน้ำมันเขียวซึ่งเกินความจุของถังไว้ในระวางเรือเพื่อใช้สำหรับการ ออกไปทำการประมง