พฤหัสบดี ธ.ค. 14

แก้ระบบขนส่งมวลชน เสริมสร้างธุรกิจคู่ขนาน

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล
ในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ผลักดันการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดโดยศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 6 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กระทรวงอุตสาหกรรม ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ เมื่อเร็วๆ นี้ รวมทั้งยังเปิดคลินิกให้คำปรึกษาผลักดันการลงทุนด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสนับสนุนการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และอุตสาหกรรมอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ตให้เกิดการลงทุน นักธุรกิจนักลงทุนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้บริหารบีโอไอและเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรค รวมถึงการประชาสัมพันธ์นโยบาย หลักเกณฑ์และมาตรการใหม่ๆ ของบีโอไอ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการตัดสินใจที่จะลงทุนต่อไป โดยเฉพาะการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยวและซอฟแวร์ ตลอดจนอุตสาหกรรมอื่นๆในโอกาสเดียวกันนี้ยังได้มีการอภิปราย เรื่อง ทิศทางการส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ ในจังหวัดภูเก็ต โดยนพ.ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายพิทยา เลิศมหาฤทธิ์ สำนักบริหารการลงทุน 3 และนางจินจณา โอสถธนากร สำนักบริหารการลงทุน 4 มี สพ.บ.สิทธิศักดิ์ เหมืองสิน เลขาสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้ดำเนินรายการนพ.ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของภูเก็ตขณะนี้คือ เรื่องของระบบขนส่งมวลชน ดังนั้นก่อนที่จะมีการส่งเสริมการลงทุนอื่นๆ ต่อไปนั้นจะต้องแก้ปัญหาดังกล่าวก่อน เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่สามารถที่จะใช้จ่ายและกระจายไปตามพื้นที่ได้ เนื่องจากไม่มีความสะดวกในการเดินทางหรือหากจะเดินทางก็มีค่าใช้จ่ายสูง การแก้ปัญหาจะต้องมีการสร้างระบบขนส่งมวลชนโดยอาจจะเป็นลักษณะเดียวกับแอร์พอร์ตลิงค์ หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสม เริ่มเส้นทางแรกระหว่างสนามบิน-ห้าแยกฉลอง และให้มีจุดเชื่อมต่อโดยใช้รถสาธารณะที่มีอยู่เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย และจะได้ไม่เกิดปัญหากับผู้ประกอบการที่มีอยู่ส่วนการลงทุนนอกเหนือจากการท่องเที่ยวนั้น นพ.ศิริชัย กล่าวว่า มีธุรกิจที่น่าสนใจอยู่หลายประเภทที่สามารถดำเนินการได้ เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน การกำจัดขยะ การประชุมสัมมนา เครื่องมือทางการแพทย์ โฮมสเตย์ แพทย์ทางเลือก  แปรรูปสินค้าเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องดำเนินการในเรื่องของระบบขนส่งมวลชนให้มีความชัดเจนและต้องผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้ จากนั้นธุรกิจอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมานอกจากนี้ นพ.ศิริชัย กล่าวว่า การลงทุนของภูเก็ตในภาพรวมต้องมองเรื่องของทำเล ปัจจุบันพื้นที่ที่มีความเหมาะสมบริเวณเหนือเกาะโดยรอบสนามบินจะค่อนข้างดี โดยเฉพาะหากศูนย์ประชุมนานาชาติเกิดขึ้นจริง พื้นที่บริเวณชุมชนถลาง พื้นที่บริเวณที่จะก่อสร้างอนุสาวรีย์ถลางชนะศึก ซึ่งจะต้องทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถาวร โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ควรที่จะไปลงทุนเพื่อให้เป็นเขตท่องเที่ยวอย่างแท้จริง พื้นที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ท้าวเทพฯ แยกป่าคลอก เชิงทะเล พื้นที่โดยรอบห้าแยกฉลอง แยกบายพาส โซนวัดนาคา โซนสามกอง โซนถนนถลาง โซนสะพานหินเชื่อมศักดิเดช     ขณะที่ นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวในทำนองเดียวกันว่า ในเรื่องของการจราจรขนส่งนับเป็นปัญหาใหญ่โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน และในอีก 5 ปีข้างหน้าก็การขยายสนามบินก็จะแล้วเสร็จซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 12.5 ล้านคน ในขณะที่มีผู้โดยสารเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่รายได้กลับไม่ได้มากตามจำนวนของนักท่องเที่ยว เนื่องจากที่ผ่านมาเราพบว่าไม่มีธุรกิจอื่นมารองรับเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวการลงทุนปัจจุบันนอกจากจะมุ่งไปในเรื่องของโรงแรมที่พัก หรือการบริการนำเที่ยวแล้ว โดยจะต้องคิดถึงธุรกิจที่ทำคู่ขนานไปกับการท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากปัจจุบันโรงแรมที่พักมีจำนวนร่วม 700 แห่ง รวมจำนวนห้องพักประมาณ 40,000 รูมไนท์ มีวันพักประมาณ 3-7 วัน ถือว่าค่อนข้างสั้นมากสำหรับเมืองท่องเที่ยวรีสอร์ท ขณะที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 66% มีรายได้รวมประมาณ 94,000 ล้านบาท เฉลี่ยการใช้จ่าย 3,000 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย    นายภูริต กล่าวว่า ธุรกิจคู่ขนานที่สามารถจะดำเนินการได้ไม่ยาก ที่มองเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธรรมชาติเป็นสินค้าที่ระลึก เช่น ใบยางพารา เปลือกหอย เป็นต้น โดยสามารถดูต้นแบบได้จากหมู่บ้านในประเทศญี่ปุ่นที่สามารถผลิตสินค้าชุมชนจนประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับอย่างกว้าง นอกจากนี้เรายังมีผ้าบากติกซึ่งมีการผลิตกันอยู่แล้ว แต่จะต้องมีการยกระดับเพื่อให้มีความแตกต่างจากผ้าบาติกทั่วๆ ไป โดยเฉพาะในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงาม สามารถพกพาได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการผลิตโดยกลุ่มอาชีพใดจะต้องติดแบรนด์ภูเก็ตในการจัดจำหน่ายเพื่อให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวกับเด็ก เพราะปัจจุบันมีน้อยมากหรือที่มีอยู่ก็จะเป็นลักษณะกึ่งผู้ใหญ่ ดังนั้นหากเราสามารถที่จะสร้างธุรกิจคู่ขนานไปกับการท่องเที่ยวได้ก็จะทำให้เกิดธุรกิจที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และจะเป็นการเสริศักยภาพการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืนได้ด้วย ทางด้าน นายพิทยา เลิศมหาฤทธิ์ สำนักบริหารการลงทุน 3 กล่าวเสริมว่า นอกจากธุรกิจที่มีการนำเสนอกันไปแล้ว อีกธุรกิจที่น่าสนใจ และมีมูลค่าค่อนข้างมหาศาล นั้นคือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับซอฟท์แวร์ ซึ่งจะเข้ามาเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันซอฟท์แวร์หรือไอซีทีเข้ามามีบทบาทในเกือบทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะในส่วนของท่องเที่ยวโดยตรง หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสามารถที่จะนำมาใช้ได้