เสาร์ ธ.ค. 16

มติกรอ.ภูเก็ตเจรจา ทอท. ลดสัมปทานลีมูซีนสนามบิน

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต (กรอ.จังหวัดภูเก็ต) เพื่อขับเคลื่อนและพิจารณาร่างกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ กรอ.จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2553 เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมี นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฯ

ซึ่งได้มีการหารือเกี่ยวกับประเด็นข้อเสนอของหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เรื่อง การจัดระเบียบแท็กซี่และรถตุ๊กๆ ในจังหวัดภูเก็ต กับการจัดทำระบบขนส่งพื้นฐานเชื่อมโยงทั้งหมด หลังจากที่มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางแล้ว ได้มีมติเห็นชอบนำเสนอโดยขอให้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พิจารณาปรับลดอัตราการจัดเก็บค่าสัมปทานรถรับจ้างที่เข้าไปให้บริการภายในท่าอากาศยานภูเก็ตลง 50% จากที่มีการัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน เพื่อมิให้รถรับจ้างแสวงหาผลประโยชน์เอารัดเอาเปรียบผู้ใช้บริการหรือนักท่องเที่ยว ในการเรียกเก็บอัตราค่าบริการรับจ้างสูงกว่าปกติ ด้วยเพราะจะต้องหาเงินมาจ่ายค่าสัมปทานให้เพียงพอ รวมทั้งจะต้องมีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆภายในอาคารท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกมากขึ้น

            นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้เชิญคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยววุฒิสภามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการ กรอ.จังหวัดภูเก็ตในครั้งต่อไปด้วย เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับรถแท็กซี่ บริสนามบินภูเก็ต และด้านการท่องเที่ยว เห็นชอบให้จัดส่งมติที่ประชุม กรอ.จังหวัดให้กับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยววุฒิสภาทราบ เพื่อให้การช่วยเหลือผลักดันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลต่อการพัมนาจังหวัดภูเก็ตต่อไป ในส่วนของการจัดระเบียบรถแท็กซี่ให้เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต มอบหมายให้อนุกรรมการ กรอ.รายสาขาไปพิจารณาหาแนวทางร่วมกัน และนำเสนอต่อ กรอ.จังหวัด

            ขณะที่ นพ.ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สาเหตุที่นำเสนอให้มีการจัดระเบียบรถแท็กซี่และรถตุ๊กๆ นั้น เนื่องจากที่ผ่านมาการบริการรถรับจ้างของภูเก็ตยังไม่มีมาตรฐานเรื่องของราคาอย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เกิดปัญหาการคิดอัตราค่าโดยสารที่ค่อนข้างแพงมาก ทำให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ดดยสารไม่ได้รับความเป็นธรรมและความสะดวกในการที่จะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพราะหากนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกก็จะทำให้เกิดการใช้จ่ายและวันพักในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงเสนอว่าเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ควรที่จะมีการติดมิเตอร์ในรถแท็กซี่และรถตุ๊กๆ ทั้งหมด โดยตั้งกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนขนส่งจังหวัด ตัวแทนผู้ประกอบการ และตัวแทนผู้ใช้บริการ เช่น หอการค้า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ร่วมกันกำหนดราคาตั้งต้นที่เหมาะสม

            อีกประเด็นที่ได้มีการนำเสนอผ่าน กรอ.จังหวัด คือ การจัดทำระบบขนส่งพื้นฐานเชื่อมโยงเส้นทางทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวและประชาชนไม่สามารถใช้รถโดยสารในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก จึงทำให้มีการใช้รถส่วนตัวหรือรถเช่า ก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุการจากการขับขี่ การจราจรติดขัดโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน การไม่ได้รับความเป็นธรรมในการคิดค่าโดยสาร และนักท่องเที่ยวกระจุกตัวทำให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวมีน้อย ดังนั้นจึงอยากให้ กรอ.จังหวัด เป็นเจ้าภาพนัดขนส่งจังหวัด อบจ.ภูเก็ต เทศบาล และองการบริหารส่วนตำบลทุกแห่งมาปรึกษาหารือและวางแนวทางการเชื่อมเส้นทางการสัญจรไปมาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และการปรับเส้นทางของผู้ประกอบการเดิม รวมถึงการชดเชยค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมปรับเส้นทางในภาพรวม ซึ่งอาจจะเริ่มจากเส้นทางหลักจากท่าอากาศยานภูเก็ตไปยังห้าแยกฉลอง และส่วนของเส้นทางสายรองเพื่อให้เข้าถึงจุดต่างๆ ก็ให้ใช้รถที่ให้บริการอยู่มารองรับช่วงต่อ ก็จะทำให้ลดปัญหาที่เกิดจากรถที่ให้บริการอยู่เดิม คาดว่าหากมีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง และเสนอเหตุผลก็น่าจะมีความเป็นไปได้ นพ.ศิริชัยกล่าวว่า

            ส่วน นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการแก้ปัญหาการคิดค่าโดยสารแพง ว่า น่าจะเริ่มต้นกันที่รถให้บริการอยู่ที่สนามบินซึ่งถือเป็นจุดสำคัญ และจะทำให้ราคาค่าโดยสารอื่นๆ ปรับลดลงไปด้วย ปัญหาสำคัญ น่าจะอยู่ที่การคิดค่าสัมปทานของการท่าอากาศยานไทยที่สูงมาก ทำให้ผู้ประกอบการก็ต้องไปคิดกับผู้โดยสารเพื่อให้สามารถหารายได้มาให้เพียงพอในการส่งค่าสัมปทาน และก็จะต้องมีบางส่วนที่เป็นรายได้ในการเลี้ยงชีพด้วย ประกอบกับเรื่องของอุปสงค์และอุปทาน จึงเชื่อว่าหากทำให้การท่าอากาศยานไทยลดค่าสัมปทานลงได้ ก็จะทำให้อัตราค่าโดยสารโดยเฉพาะที่สนามบินภูเก็ตก็จะลดลงได้ ดังนั้นจะต้องผลักดันเรื่องของการลดค่าสัมปทานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม จากนั้นจึงค่อยแก้ปัญหาอื่นๆ ต่อไป