เสาร์ พ.ย. 25

เตือน...นักเรียน – นักศึกษา อย่าคึกคะนอง

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

หลายๆ ครั้งที่บ้านพักเด็กฯ รู้สึกเบื่อหน่ายกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นของผู้ประสบปัญหาบางราย ทั้งนี้ เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่น่าจะปล่อยให้เกิดขึ้นได้ หากป้องกันตั้งแต่แรกก็คงไม่สร้างปัญหาให้กับสังคมเหมือนทุกวันนี้

ซึ่งการแก้ไขปัญหาให้นั้น ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ที่มาขอรับการช่วยเหลือรู้สึกว่า...ต้องร่วมกันแก้ไขหรือต้องพยายามวางแผนการดำเนินชีวิตใหม่ กลับทำเหมือนไม่เดือดร้อน หรือไม่รู้สึกอะไรเลย แต่...เราก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่มาขอรับการช่วยเหลือจากเราได้ เพียงแต่เรารู้สึกว่า เราควรจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อเตือนสติเด็กนักเรียนหรือนักศึกษาทั้งหลายว่า...อย่าคึกคะนอง ให้มากนัก และเรื่องราวเหล่านี้ก็จะเป็นข้อคิดสะกิดใจหรือสร้างจิตสำนึกให้กับน้องๆ หรือพ่อแม่ได้บ้าง

หนูตั้งท้องค่ะ...ตอนนี้เรียนอยู่ปี ๒ ไม่ต้องการลูก เพราะ...ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ และพ่อแม่รับไม่ได้ อายชาวบ้าน...(ความซวยจึงตกอยู่กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ที่สำคัญยังไม่ลืมตามาดูโลกด้วยซ้ำไป)

นี่เป็นคำสารภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง (ซึ่งไม่ใช่เด็กแล้ว) มาขอพักอาศัยหลังจากคลอดลูก เรื่องราวเริ่มจากเธอมีแฟนหลายคนขณะเรียนหนังสือ และพักอยู่หอพักโดยพ่อแม่ไว้ใจ และไม่เคยทราบเรื่องราวมาก่อนเลยว่าลูกสาวตั้งท้องขณะที่เรียนหนังสือ สุดท้ายเธอทิ้งลูกให้อยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์โดยไม่ใยดี และแต่งชุดนักเรียนไปเรียนเหมือนเดิม (เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น)

เราถามถึงความรู้สึกของเธอ...ไม่สงสารลูกเหรอ? ไม่มีคำตอบใดใด มีเพียงสายตาเยือกเย็นและส่ายหน้า ซึ่งหมายถึง...? (ลองคิดดู...ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกหลานของท่าน จะรู้สึกอย่างไร)

อีกราย... (วิลัย) ในวัยเรียนเช่นกัน ด้วยความสนุกหรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ วิลัยคบเพื่อนชาย และลงเอยด้วยการมีความสัมพันธ์กันเหมือนคู่อื่นๆ แต่..กลับพลาดจึงตั้งท้อง และแก้ปัญหาโดยการทำแท้งเถื่อน ปิดบังพ่อแม่ ผลสุดท้ายได้รับผลกระทบจนไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ นั่นคือ เกือบตาย

อีกหลายๆ รายที่เป็นนักเรียน/นักศึกษา เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้แล้วไม่มีการปรับปรุงตัว หรือรู้สึกผิดอะไรเลย มิหนำซ้ำเกิดเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงกลายเป็นปัญหาที่สังคมจะต้องคอยแก้ไขไม่รู้จบ บางรายพ่อแม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ลูกสาวของตัวเองคลอดลูกแล้ว จนตัวเองกลายเป็นปู่ย่า ตายาย โดยไม่รู้ตัว

จากปัญหาทั้งหมด เราจึงพยายามคิดว่า จะหาทางออกอย่างไรดีกับเด็กกลุ่มนี้ คงต้องบอกให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่ ได้รับรู้ไว้บ้างว่า มันเกิดปัญหาลักษณะเช่นนี้มากมาย และในจำนวนนั้นอาจจะเป็นลูกหลานของท่านก็ได้ ฉะนั้นก็ขอฝากไว้ให้คิด ทั้งน้องๆ นักเรียน นักศึกษาว่า อย่าคึกคะนองเกินไป จนเกิดปัญหาอย่างนั้น ตลอดจนพ่อแม่ทุกคนสำรวจดูลูกหลานของตนเองบ้างก็จะดีไม่น้อย

เรา (บ้านพักเด็กและครอบครัว) ไม่ต้องการเห็นปัญหาลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นกับเยาวชนหรือสังคมไทยไปมากกว่านี้ หลายท่านอ่านแล้ว ก็จะทราบว่า ต้นตอปัญหามันมาจากไหน คงจะไม่พ้น ครอบครัว ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งบ่มเพาะต้นกล้าของครอบครัวให้แข็งแรง หรือให้เป็นขยะสังคม ดังนั้นจึงขอฝากไว้ให้ช่วยกันป้องกันปัญหา จะดีกว่าการแก้ไขปัญหาอย่างพวกเรา เพราะไม่มีผลดีอะไรเลย มีแต่สร้างภาระให้สังคมต่อไปอีกมากมาย