จันทร์ ก.พ. 19

ติวเข้มสถานบริการปฎิบัติระเบียบกฎหมาย

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

           

 

           เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 21 เมษายน 2553 ที่ห้องสวนหลวง โรงแรมคาทีน่า ภูเก็ต นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานเปิดโครงการประชุมชี้แจงผู้ประกอบการสถานบริการในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยมีนายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายอำเภอถลาง นายอำเภอกะทู้ และผู้ประกอบการสถานบริการต่างๆ เข้าร่วมจำนวนประมาณ 300 คน เพื่อให้ผู้ประกอบการสถานบริการเข้าใจถึงหน้าที่ที่เจ้าของสถานบริการที่ต้องปฎิบัติ และให้ผู้ประกอบการสถานบริการตั้งสถานบริการถูกต้องตามลักษณะและองค์ประกอบของสถานบริการ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดภูเก็ต มีผู้ได้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ จำนวนทั้งสิ้น 303 แห่ง ในเขต อ.เมืองภูเก็ต 66 แห่ง อ.กะทู้ 235 แห่ง และ อ.ถลาง 4 แห่ง

 

นายวงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมชี้แจงกับสถานบริการในจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้เป็นไปตามโครงการกรมการปกครองเคลื่อนที่ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ ระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พักที่อยู่ในข่ายอาพาร์เม้นท์ หอพัก สถานบริการ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวปีละ 5-6 ล้านคน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความประทับใจในการให้บริการและรับบริการของนักท่องเที่ยว รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของภูเก็ต

 

ส่วนของนโยบายการเปิด-ปิดสถานบริการนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจะต้องยึดหลักตามที่กฎหมายกำหนด แต่สำหรับเมืองท่องเที่ยวก็ต้องยอมรับว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามานั้น จะนอนพักผ่อนในตอนกลางวันและตื่นในตอนกลางคืน ด้วยข้อจำกัดของระยะเวลาในการท่องเที่ยว ทำให้ไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ทัน ดังนั้นในการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่จะต้องดูว่าสถานบริการนั้นเป็นประเภทใด ตั้งอยู่บริเวณใด สร้างความเดือดร้อนและความรำคาญให้กับผู้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ ก็ให้พิจารณาไปตามกรณี สิ่งสำคัญคือการปฎิบัติตามกฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่คงไม่สามารถที่จะให้ใครหลีกเลี่ยงกฎหมายได้ แต่อาจจะมีการอลุ่มอล่วยตามความเหมาะสม ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวซึ่งจะมีความแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากมีชาวต่างชาติไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี หาดใหญ่ สมุย เป็นต้น นายวงศ์ศักดิ์กล่าว