ศุกร์ พ.ย. 24

ผม...ไม่แน่ใจว่า..เป็นลูกผมหรือเปล่า....!!!

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

ผม...ไม่แน่ใจว่า..เป็นลูกผมหรือเปล่า นี่เป็นคำพูดของสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้ว เราได้ยินจากปากของผู้ชายหลายคน ที่เราพยายามติดต่อกลับไป เมื่อมีผู้หญิงมาขอรับการช่วยเหลือ เนื่องจากตั้งท้องและไม่มีผู้ใดรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แล้วคลอดทิ้งไว้ให้เราเลี้ยงดู เนื่องจากแม่ของเด็กก็ไม่พร้อมที่เลี้ยงดูลูก ในเมื่อผู้ชายไม่พร้อม ผู้หญิงก็ไม่พร้อม แล้วเด็กน้อยๆ เหล่านั้นใครล่ะ? ที่พร้อมจะเลี้ยงดูเขา (ทำไมเพิ่งรู้ตัวว่าไม่พร้อม..!!)

 

ในฉบับนี้ ขอนำคำพูดของสุภาพบุรุษหลายคนที่เราพยายามติดต่อไปว่า เขาเป็นพ่อของเด็กที่เกิดใหม่ มาฝากท่านผู้อ่านสักหน่อย เพราะรู้สึกว่าเป็นเหตุผลที่ฟังดูแล้ว...ทำให้ผู้ฟังเจ็บใจมิใช่น้อย โดยเฉพาะคนเป็นหญิง ดูเหมือนจะมองว่า ผู้หญิงไม่ได้ผ่านผู้ชายมาเพียงคนเดียวเท่านั้น จนไม่รู้ชายใดเป็นพ่อของเด็กที่เกิดมา

 

จริงๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่รับผิดชอบนะ แต่...ผมไม่แน่ใจว่า เด็กเป็นลูกของผมหรือเปล่า แล้วก็...แค่ครั้งเดียวเอง ฟังดูเหมือนจะรับผิดชอบนะ แต่...กลับทำให้รู้สึกเจ็บใจเหลือเกินที่ได้ยินแบบนั้น มิหนำซ้ำ หลายรายบอกว่า ผมก็มีครอบครัวแล้ว ผมคงรับผิดชอบไม่ไหว

 

ขณะที่นั่งฟังสุภาพบุรุษเหล่านั้นให้เหตุผล เราหันไปมองหน้าผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ดูเหมือนเธอจะพูดอะไรไม่ออก และไม่สามารถต่อเถียงได้

 

ไม่รู้ว่าเป็นจริงอย่างที่ผู้ชายกล่าวอ้างหรือไม่ว่าเธอไม่มีเพียง 1  แต่มีมากกว่า 1 หรือว่า เธอยอมรับสภาพว่า เธอเป็นส่วนเกินของครอบครัวไปแล้ว หรือว่า...มีเหตุผลอื่น

 

แต่...สุดท้ายทางออกของเรื่องที่เราพบมีอยู่ ๒ ทาง คือ ผู้หญิงยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น และนำลูกกลับไปเลี้ยงดูตามลำพัง ทั้งหญิงและชายไม่พร้อม หรือไม่ยอมรับเด็ก ยกให้เรา (บ้านพักเด็กฯ) เลี้ยงดูไปก่อน

 

ในบรรดาทางออกทั้ง ๒ ทาง หาความรับผิดชอบของสุภาพบุรุษไม่พบเลยแม้แต่น้อย ผู้ชายหลายคนแสดงความขลาดออกมาโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป นั่นคือ กลัวว่าภรรยาที่บ้านจะทราบ กลัวสังคมรับรู้ ขอร้องอย่าให้มากเรื่องไปกว่านี้เลย แนะนำให้ผู้หญิงต่างคนต่างไปเถิด แล้วเด็กตาดำๆ ที่นอนอยู่ตรงหน้านี้ใครจะเป็นคนที่พร้อมนำไปเลี้ยงดูต่อไป

 

นี่เป็นข้อคิดสำหรับผู้หญิงปัจจุบัน ที่กำลังคบหาดูใจอยู่กับผู้ชายสักคนเพื่อเป็นคู่ชีวิตว่า...

 

1.จงใช้เวลาในการศึกษาประวัติของกันและกันให้แน่ชัดก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร อย่างน้อยให้ตระหนักไว้เลยว่า เขาไม่โสดแล้ว...

 

2.จงอย่าใช้วิธีการมัดใจผู้ชายด้วยการลงทุนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เพราะไม่คุ้มทุนแน่นอน

 

3.หากอดใจไม่ไหว จงหาวิธีป้องกันปัญหาการตั้งท้องก่อนแต่งไว้ด้วย อย่าให้เกิดโซ่ทองมัดใจโดยไม่ได้ตั้งใจ จนกลายเป็นโซ่ทองมัดคอจนหายใจไม่ออก

 

ทั้งหมดนี้ เราหวังว่าจะเป็นข้อคิดที่ดีอีกทางหนึ่งสำหรับผู้หญิงที่คิดจะลงเอยกับใครสักคน เพราะ สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่...ของแท้ก็ได้