อังคาร พ.ย. 21

รับสภาพหนี้คดีอาญาไม่ระงับ (1)

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล

เมื่อรับมอบทองคำเอาไปให้ผู้ใดแล้ว ไม่นำเอาไปให้ ย่อมเป็นยักยอก

 

หนังสือรับสภาพหนี้ไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อมีความชัดว่า ไม่ถือเป็นการสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญา ผู้เสียหายจึงยังสามารถร้องทุกข์ดำเนินคดียักยอกได้

 

 

ข้อเท็จจริงได้ความว่า บริษัท ค. จำกัด ผู้เสียหาย ประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องสุขภัณฑ์ ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นพนักงานของบริษัท ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ และผู้ต้องหามีอีกหน้าที่หนึ่ง คือ มีหน้าที่ในการจัดการซื้อทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณตามที่บริษัทมอบหมาย เพื่อนำไปแจกเป็นรางวัลให้กับตัวแทนจำหน่ายของบริษัทที่ทำยอดจำหน่ายดีเป็นประจำทุกปี ในปี 2541 บริษัทได้มอบหมายให้ผู้ต้องหาไปจัดซื้อทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณตามปกติ โดยอนุมัติให้จัดซื้อเป็นเงินจำนวน 4,067,250 บาท วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 41 ผู้ต้องหาได้เบิกเงินจากแผนกบัญชีของบริษัทไปจัดซื้อทองคำดังกล่าว โดยเบิกเป็นเช็คธนาคารแห่งอเมริกา ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 41 ซึ่งตามปกติแล้วผู้ต้องหาต้องนำทองคำที่จัดซื้อแล้ว ส่งมอบให้นาย จ. ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย น้ำหนักจำนวน 440 บาท (เป็นเงิน 3,297,250 บาท) และส่งมอบให้กับนาย ส. ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ น้ำหนัก 100 บาท (เป็นเงิน 770,000 บาท) โดยจะต้องนำทองคำที่จัดซื้อดังกล่าวมาส่งมอบให้บุคคลทั้งสองดังกล่าวภายในวันที่ 31 มีนาคม 2541 เนื่องจากบริษัทประสบภาวะความตกต่ำทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องลดพนักงาน จึงได้ปลดผู้ต้องหาออกจากการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 41 โดยผู้ต้องหายังไม่ได้ส่งมอบทองคำให้นาย จ.และนาย ส. แต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องในบริษัทผู้เสียหายก็ไม่มีใครทราบเรื่อง จนกระทั่งวันที่ 13 พฤษภาคม 41 นาย ส. ได้สอบถามนาง พ. ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายจัดหาและบริหารของบริษัท จึงได้ทราบเรื่องดังกล่าว นาง พ. จึงรายงานให้กรรมการผู้จัดการบริษัททราบ บริษัทได้มอบอำนาจให้นาง พ. แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 41 ต่อมาวันที่ 25 พฤษภาคม 41 นาย บ. สามีของผู้ต้องหาได้มาติดต่อกับบริษัทเพื่อขอชำระหนี้ทองคำคืนแทนผู้ต้องหา และได้ทำหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ต่อกันไว้ โดยมีข้อตกลงว่า นาย บ. จะนำทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณมาคืนแก่บริษัทผู้เสียหายโดยชำระเป็นงวดๆ ดังนี้

 

ข้อ 1 งวดแรก วันที่ 27 พฤษภาคม 41 ทองคำรูปพรรณ จำนวนน้ำหนัก 100 บาท งวดที่สอง วันที่ 27 มิถุนายน 41 ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ จำนวนหนัก 200 บาท และงวดที่สาม วันที่ 27 กรกฎาคม 41 ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ จำนวนน้ำหนัก 240 บาท

 

ข้อ 2 วันที่ 27 พฤษภาคม 2541 นาย บ. จะนำทองคำรูปพรรณ งวดแรกมาคืนให้ต่อหน้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ จำนวนน้ำหนัก 100 บาท ในส่วนที่เหลือจะสั่งจ่ายเช็คตามจำนวน งวดที่สองและที่สามตามวันที่กำหนดไว้ หากบริษัทผู้เสียหายได้รับทองคำคืนครบจำนวนน้ำหนัก 540 บาทแล้ว จะไม่ว่ากล่าวเอาความใดๆ กับคู่สัญญาทั้งทางแพ่งและทางอาญา หากบริษัทผู้เสียหายไม่ได้รับชดใช้ทองคืนครบจำนวนน้ำหนัก 540 บาท ให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับผู้ต้องหาได้ทันที

 

ข้อ 3 หนังสือฉบับนี้ไม่ถือเป็นการประนีประนอมยอมความและไม่ถือเป็นการสละสิทธิ์ในการดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งระหว่างบริษัทผู้เสียหายกับผู้ต้องหาแต่อย่างใด

 เหตุการณจะเป็นอย่างไร ให้ติดตามต่อในฉบับหน้านะครับ แล้วกลับมาพบกันใหม่...สวัสดี