เสาร์ พ.ย. 25

ใครออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ? (1)

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. PDFพิมพ์อีเมล
 

 

20 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยเริ่มมีความรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจ และจุดขายด้านการท่องเที่ยวก็ตามติดๆ แม้ว่าบางเวลาเศรษฐกิจของประเทศจะตกต่ำ แต่สถานการณ์การท่องเที่ยวกลับเฟืองฟู โด่งดังเป็นพลุ...ใครๆ ก็อยากมาเที่ยวเมืองไทย

 

 

จากการโครงการ Visit Thailand Year มาถึง Amazing Thailand และปัจจุบันกลายเป็น Thailand Grand Sale เมื่อการท่องเที่ยวสามารถขายตัวเองทำเงินเข้าประเทศได้น้อยกว่าธุรกิจอื่น จึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็น “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” พร้อมกันนั้นการ “ขายที่ดิน”  “จับจองที่ดิน” เปลี่ยนมือจากคนท้องถิ่นไปสู่กลุ่มทุนทั้งในและต่างชาติอย่างเร็ว เพียงแค่กระพริบตา...การถ่ายโอนที่ดินก็เปลี่ยนไปถึง 3 มือแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับทะเลจะเห็นได้ชัดเจนคือ จ.ภูเก็ต ในอดีตที่ดินที่อยู่บนเขา เห็นวิวทะเลไกลๆ จะขายได้ยาก เพราะคนส่วนใหญ่นิยมความสะดวกและสบาย ความต้องการจึงตกลงที่ดินริมหาดทรายขาว ทะเลสีฟ้าครามจะมีราคาสูง ปัจจุบันความนิยมนั้นยังอยู่แต่ความต้องการของผู้ประกอบการและคนมาเที่ยวมีมาก ไม่ว่าที่ดินจะอยู่ส่วนไหนของเกาะภูเก็ตเป็นขายได้ทั้งหมด หรือลองดูในพื้นที่เกาะที่อยู่กลางอ่าวพังงา รอบล้อมด้วย 3 จังหวัด ภูเก็ต พังงา และกระบี่ นั่นคือ เกาะยาว

 

อ.เกาะยาว จ.พังงา ประกอบไปด้วย 2 เกาะ 3 ตำบล คือ ตำบลเกาะยาวน้อย 1 เกาะและตำบลเกาะยาวใหญ่และตำบลพรุใน 1 เกาะ การขายที่ดินเปลี่ยนมือไปสู่นักลงทุนเริ่มตั้งแต่ก่อนยุคฟองสบู่แตก ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะผันผวนเช่นไร “ที่ดิน” เป็นทรัพย์สินที่ราคาไม่เคยตก!

 

ถ้าหากการซื้อ ขายที่ดินถูกต้องตามครรลองครองธรรมที่ควรจะเป็น...ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นในปัจจุบัน!!

 

ไม่ต่ำกว่า 5 ปี ที่มีข่าวขอให้มีการตรวจสอบและรังวัดที่ดินใหม่ เพราะสงสัยว่าจะมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ หรือกลุ่มชาวบ้านร้องเรียนว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ...ป่าต้นน้ำ ป่าสมบูรณ์อันเป็นสมบัติของชาติในความดูแลของรัฐ หากยังนึกภาพการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบไม่ออก ขอยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น ที่หมู่บ้านย่าหมี ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว นายส้าฝาด ห่วงผล และนายส้อหล้า ห่วงผล 2 คนพ่อลูก โดยบริษัทร่วมทุนต่างชาติฟ้องในข้อหา ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ (ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องของศาลจังหวัดพังงา) เพราะพ่อ ลูกได้บอกข้อเท็จจริงกับใครหลายคนทั้งเจ้าหน้าของรัฐ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินเกาะยาว ตำรวจในพื้นที่ ที่สำคัญชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้ดี ว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของครอบครัวตนเอง โดยพ่อถือเอกสารสิทธิที่เรียกว่า “ใบจอง” แต่ปัจจุบันที่ดินของ 2 พ่อ ลูก ได้กลายเป็นของบริษัทร่วมทุนต่างชาติและมีเอกสารสิทธิที่เรียกว่า “โฉนดที่ดิน” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย!

 

แล้วของท่านละ ลองกลับไปตรวจสอบที่ดินและเอกสารสิทธิของท่านดูไหม? ว่าที่ดินนั่นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์อยู่หรือไม่? เพราะวันดีคืนร้าย...โฉนดที่ดินที่คิดว่าเป็นของเราอาจจะกลายเป็นของ “คนอื่น”ไปแล้วนะครับ...

 ยังมีเรื่องราวอีกมาก โปรดติดตามในฉบับหน้าค่ะ...