ประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นท่องเที่ยวชุมชน

พิมพ์
   

เมื่อเวลา 13.30 น. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ที่ห้องพิศพันวาชั้น 3 โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต ดร.อรไท ครุฑเวโช หัวหน้าโปรแกรมวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเป็นประธานจัดกิจกรรมสนทนากลุ่ม โครงการวิจัยพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2553 กรณีศึกษาบ้านบ่อแร่และบ้านกู้กู  ซึ่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น

โดยมีนายชวลิต ณ นคร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนจากเทศบาลตำบลรัษฎา ตำบลวิชิต รวมทั้งตัวแทนชุมชนท่องเที่ยวเข้าร่วม

 

 

ดร.อรไท ครุฑเวโช หัวหน้าโปรแกรมวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่าโครงการพัฒนาและจัดการท่องเที่ยวชุมชน กรณีศึกษา 6 พื้นที่จังหวัดภูเก็ต ประจำปี  2553 เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้เข้ามามีส่วนร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เพื่อจะได้นำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นต้นแบบในการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนอื่นๆ ต่อไป

 

 

นายบัวยัญ  สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าปัจจุบัน การท่องเที่ยวชุมชนในภูเก็ต มีอย่างน้อย  2-3 ชุมชน คือ ชุมชมวัฒนธรรมบ้านแขนน อำเภอถลาง ,ชุมชนบางคณฑี ,และชุมชนบ้านเกาะโหลน ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ในขณะที่การท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภูเก็ต เป็นเชิงธุรกิจหรือ Mass Tourism ส่วนคนในชุมชนได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม อย่างไรก็ดี ควรที่จะมีการสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่มีความพร้อม  จัดตั้งเป็นคณะกรรมการให้มีส่วนร่วมและดูแลบริหารจัดการ โดยอาจจะพัฒนาให้มีบริการที่พักในลักษณะโฮมสเตย์ เมื่อมีความเคลื่อนไหว การท่องเที่ยว คนในชุมชนสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้

 

สำหรับชุมชนบ้านบ่อแร่ในปัจจุบันมีจุดเด่นทางด้านทรัพยากรธรรมชาติของป่าไม้ชายเลน คลองมุดง เกาะทะนาน จุดชมวิวเขาขาดและหอชมวิว รวมทั้งประชาชนในพื้นที่เช่นกลุ่มประมง มีการรวมกลุ่มผลิตอาหารทะเลแปรรูป, ดอกไม้จากเกล็ดปลา รวมทั้งการตัดเย็บกระเป๋าผ้าอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ผู้บริหารเทศบาลตำบลวิชิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รณรงค์จัดกิจกรรมอนุรักษ์ป่าไม้ชายเลน ,การแข่งขันพายเรือแคนู ตลอดจนการประกวดภาพถ่ายในขณะที่ชุมชนบ้านกู้กู มีความโดดเด่นทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะกลุ่มชาวบ้านมีการรวมกลุ่มอนุรักษ์ป่าไม้ชายเลนและทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเล